KTC กำไรสุทธิปี 65 แตะ 7,079 ล้านบาท โต 20% ยอดจ่ายผ่านบัตรบัตรพุ่ง
“บัตรกรุงไทย” (KTC) เผยกำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 7,079 ล้านบาท เติบโต +20% สาเหตุจากรายได้ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมเติบโต รวมถึงยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มมากขึ้น ขณะที่การตั้งสำรองฯ ปรับลดลง
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC รายงานผลดำเนินงานประจำปี 2565 บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 7,079 ล้านบาท เติบโต +20% จากปีก่อนหน้า และมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 23,231 ล้านบาท เติบโต +8.3% จากปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น จากการขยายตัวของพอร์ตลูกหนี้ ภายหลังไทยกลับมาเปิดประเทศ ทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้ดี รวมถึงหนี้สูญได้รับคืนเพิ่ม
รายได้ดอกเบี้ยรวม ปี 2565 เท่ากับ 14,382 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +5.6% จากปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากพอร์ตลูกหนี้เติบโต และสภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับเข้าสู่ระดับปกติ
รายได้ค่าธรรมเนียม เท่ากับ 4,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +15.8% จากปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าธรรเนียมเพิ่มขึ่ย 27% รายได้ค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินสดล่วงหน้าเพิ่มขึ้น +24.2% และค่าธรรมเนียมส่วนลดร้านค้าเพิ่มขึ้น +20.2%
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงสามารถติดตามลูกหนี้ได้ โดยมีหนี้สูญได้รับคืน เท่ากับ 3,421 ล้านบาท แบ่งเป็น KTC เท่ากับ 3,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +4.1% จากปีก่อน และ KTBL เท่ากับ 98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +29.4% จากปีก่อน
ณ สิ้นปี 2565 เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ และดอกเบี้ยค้างรับรวมเท่ากับ 104,194 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% จากปีก่อน แบ่งเป็นเงินให้สินเชื่อลูกหนี้บัตรเครดิตเท่ากับ 69,462 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +15.4% จากปีก่อน ลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเท่ากับ 32,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% จากปีก่อน ขณะเดียวกันลูกหนี้ตามสัญญาเช่ามูลค่า 2,449 ล้านบาท ลดลง 23.5% จากปีก่อน
ด้านปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตร ในปี 2565 เท่ากับ 238,257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +21.7% จากปีก่อน สูงกว่าช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นผลมาจากการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ส่งผลให้การใช้จ่ายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น
ปัจจุบัน บริษัทฯ มีสมาชิกรวม 3,289,839 บัญชี แบ่งเป็น บัตรเครดิต 2,550,592 บัตร เพิ่มขึ้น +1.4% จากปีก่อน และสินเชื่อบุคคลจำนวน 739,247 บัญชี ลดลง -1.7% จากปีก่อน จากการปิดบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมา
ขณะที่อัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPL)ในไตรมาส 4/65 อยู่ที่ 1.8% ลดลงจาก 2.0% ในไตรมาสก่อนหน้า
ในปี 2565 KTC มีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเท่ากับ 4,868 ล้านบาท ปรับลดลง -10.8% จากปีก่อน เนื่องจากมีการตัดหนี้สูญลดลงทั้งจากลูกหนี้บัตรเครดิต และลูกหนี้สินเชื่อบุคคุล
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2565
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB