JMART กำไรลด 27.3% ปันผล 0.66 บาท จ่อนำ “สุกี้ตี๋น้อย” เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
“เจ มาร์ท” เจอต้นทุน-ค่าใช้จ่ายพุ่ง ฉุดกำไรสุทธิปี 65 ลดลง -27.3% เหลือ 1,795 ล้านบาท ปันผล 0.66 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 11 เม.ย. 66 พร้อมเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)” เผยมีแผนนำธุรกิจร้านอาหารชาบู “สุกี้ตี๋น้อย” ที่ได้ลงทุนในสัดส่วน 30% นำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2567
บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานผลดำเนินงานประจำปี 2565 บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 1,795 ล้านบาท ลดลง -27.3% จากปีก่อน และมีรายได้จากการขายรวม 13,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่รายได้มาจากธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัท เจมาร์ท โมบายจำกัด และธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพของ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT
รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า เท่ากับ 9,560.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +16.9% จากปีก่อน สาเหตุหลักบริษัทขยายช่องทางจัดจำหน่ายได้มากขึ้น และบริหารช่องทางการขายผ่านช่องทางที่เป็น Synergy (ร่วมมือกัน) ของกลุ่มบริษัทมากขึ้น โดย บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ในปี 65 สามารถจำหน่ายโทรศัพท์มือถือได้ 0.75 ล้านเครื่อง
รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อ จากการซื้อลูกหนี้และเงินให้สินเชื่อ และกำไรจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ ซึ่งเป็นรายได้ส่วนใหญ่ในส่วนของธุรกิจบริหารหนี้ JMT เท่ากับ 2,608.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4% จากปีก่อนหน้า
รายได้ค่าเช่า เท่ากับ 290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากการเปิดตัวของศูนย์การค้า The Jas Green Village คู้บอน และการปรับตัวของอัตราการเช่าพื้นที่ในส่วนของ IT Junction (ศูนย์มือถือ)
ด้านต้นทุนการขายและบริการ เท่ากับ 9,609.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.5% จากปีก่อน สาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายพนักเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายที่เพิ่มขึ้นในส่วนของธรุกิจ JMT
ขณะค่าใช้จ่ายและการบริหาร เท่ากับ 2,273.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.9% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายพนักงงาน ค่าส่งเสริมการขาย ค่าเช่าสาขา และการตั้งสำรอบหนี้จากธุรกิจ JMT
สำหรับการลงทุนในบริษัท บีเอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารชาบูแบรนด์ “สุกี้ตี๋น้อย” ที่ปัจจุบันมีสาขาในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวม 43 สาขา ซึ่ง JMART ได้เริ่มรับรู้รายได้ส่วนที่ลงทุนตั้งแต่ เดือน ธ.ค. 65 ที่ผ่าน มูลค่า 19 ล้านบาท และในปี 2566 JMART จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าลงทุนสัดส่วน 30% และมีแผนนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2567
นอกจากนี้ JMART ได้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค่าเท่ากับ 96.2 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 247.9 ล้านบาท
ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2565 JMART มีสินทรัพย์รวม 55,401.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4% จากปีก่อน และมีหนี้สิน 24,619.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.4% จากปีก่อน
ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.66 บาท กำหนดรายชื่อผู้ได้รับสิทธิวันที่ 12 เม.ย. 2566 (ขึ้นเครื่องหมาย XD 11 เม.ย.) และจ่ายปันผลวันที่ 3 พ.ค. 2566
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริษัทฯ ยังเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท จากเดิม บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) เป็นชื่อใหม่ “บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)” หรือ Jaymart Group Holdings Public Company Limited
ปัจจุบัน 14 ก.พ. 2566 ราคาหุ้น JMART อยู่ที่ 33.25 บาทต่อหุ้น ปรับลดลงราว -38% จากเมื่อเดือน ก.ย. 65
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB