OR ทุ่ม 3.1 หมื่นล้าน รุกค้าปลีก ขยายปั๊มน้ำมัน ติดตั้ง EV Charger ทั่วประเทศ
“ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก” (OR) คาดปีนี้ผลดำเนินงานธุรกิจจะเติบโตมากขึ้น อานิสงส์ท่องเที่ยวและธุรกิจที่ฟื้นตัว โดยวางงบลงทุน 3.1 หมื่นล้านบาท ขยายร้านคาเฟ่อเมซอน ร้านเท็กซัสชิคเก้น เพิ่มปั๊มน้ำมัน PTT Station รวมทั้งติดตั้ง EV Charger ทั่วประเทศ พร้อมเตรียมเปิดตัวสถานนีบริการน้ำมันรูปแบบใหม่ คาด พ.ค.66 ที่เน้นธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น และใช้พลังงานหมุนเวียน ขณะที่ในต่างประเทศจะเน้นการลงทุนในกัมพูชาหวังเพิ่มยอดขายน้ำมันมากขึ้น
เมื่อ 21 ก.พ. 2566 นาย ดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR นำทีมแถลงแผนการดำเนินงานในปี 2566 ระบุว่า ในปีนี้คาดว่าธุรกิจจะเติบโตมากขึ้น หลังจากประเทศไทยผ่านช่วงโควิด-19 ซึ่งเปิดโอกาสให้สามารถขายผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันเครื่องบิน ในปีที่ผ่านมามียอดขายน้อยกว่าช่วงก่อนโควิดราว 30% ซึ่งปีนี้คาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้มากขึ้น ตามปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาไทย และจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
โดยในปี2566 บริษัทเตรียมงบลงทุนจำนวน 31,197 ล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มธุรกิจ Lifestyle งบลงทุน 14,193 ล้านบาท สัดส่วน 45% ของงบลงทุนทั้งหมด โดยจะเน้นลงทุนในกลุ่มนี้มากขึ้นทั้งการขยายร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน (Cafe Amazon) เพิ่มอีก 400 สาขา ร้าน Texas Chicken 12 สาขา รวมถึงมองหาโอกาสเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติม
กลุ่มธุรกิจ Mobility (น้ำมัน) งบลงทุน 6,779 ล้าน สัดส่วน 22% ของงบลงทุนทั้งหมด เตรียมเพิ่มสถานีบริการ PTT Station อีก 122 แห่ง จากเดิมที่ 2,551 แห่ง สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) เพิ่มอีก 500 สถานี ครอบคลุมทั้งประเทศ ส่งผลให้มีรวมทั้งหมด 800 สถานี ในปลายปี 66 รวมถึงติดตั้งโซลาร์รูฟในสถานีบริการราว 400-500 ตัว จัดเก็บในรูปแบบ Energy storage
กลุ่ม Global งบลงทุน 4,954 ล้านบาท สัดส่วน 16% ของงบลงทุนทั้งหมด บริษัทเตรียมเพิ่ม PTT Station อีก 82 สถานี และคาเฟ่ อเมซอน 122 สาขา โดยเฉพาะในประเทศกัมพูชา บริษัทจะมุ่งการลงทุนมากขึ้น เนื่องมีซัพพลายที่เข็มแข็ง ประเทศกำลังเจริญเติบโต และไม่มีโรงกลั่นน้ำมัน จึงมองว่ามีโอกาสที่จะขายน้ำมันได้มากขึ้น
กลุ่มธุรกิจ Innovation งบลงทุน 5,251 ล้านบาท สัดส่วน 17% ของงบลงทุนทั้งหมด โดยแสวงหากธุรกิจใหม่ และลงทุนในนวัตกรรม เพื่อพัฒนาโมเดลในธุรกิจใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไป
บริษัทฯกำลังออกแบบสถานีบริการน้ำมันรูปแบบใหม่ที่มุ่งเน้นพื้นที่ค้าปลีกมากขึ้น และใช้เทคโนโลยีที่หลากหลาย เช่น มีระบบควบคุมปริมาณคาร์บอน และติดตั้งโซลาร์รูฟ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในสถานีบริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยเตรียมนำร่องในสถานีบริการต้นแบบที่วิภาวดี 62 เนื่องจากพฤติกรรมคนเริ่มไปใช้บริการธุรกิจค้าปลีกมากกว่าธุรกิจน้ำมัน คาดว่าสถานีบริการน้ำมันต้นแบบดังกล่าวจะเปิดให้บริการได้ใน พ.ค. 66
สำหรับแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันในปีนี้ มองว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินที่เติบโตค่อนข้างดี และยังส่งผลดีต่อธุรกิจ Non-Oil นอกจากนี้น้ำมันเครื่องบิน บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดสูงเกือบ 50% คิดเป็นมุลค่าตลาดราว 1,600 ล้านบาท จากตลาดรวม 3,200 ล้านบาท คาดการณ์ไตรมาส 3-4 ปี 66 ยอดขายจะเติบโตใกล้เคียงก่อนช่วงโควิด-19 และจะส่งผลดีต่อบริษัท
นอกจากนี้บริษัทวางแผนการลงทุนในระยะยาว 5 ปี 2566-2570 ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 101,500 ล้านบ้าท โดยจะมุ่งเน้นที่กลุ่มธุรกิจ Mobility สัดส่วน 30.9% กลุ่มธุรกิจ Lifestyle สัดส่วน 33.3% และกลุ่ม Global สัดส่วน 16.2%
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB