MINT พลิกกำไร 4,286 ล้านบาท โต 133% อานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นทั่วโลก
“ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล” (MINT) ประกาศงบปี 65 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4,286 ล้านบาท เติบโต +133% จากปีก่อน เป็นผลมาจากการท่องเที่ยวฟื้นตัวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้อัตราการเข้าพักโรมแรมพุ่งสุง 64% และอัตราเติบโตของยอดขายในร้านอาหารเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 20.1%
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2566 บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 4,286 ล้านบาท เติบโต +133% จากปีก่อน และมีรายได้จากการดำเนินงาน 123,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +64% จากปีก่อน เป็นผลจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยมี EBITDA เท่ากับ 35,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +217% จากปีก่อน และ EBITDA Margin เท่ากับ 28.3 % เพิ่มจากปีก่อนที่ 14.6% รวมถึง อัตราการทำกำรไรสุทธิ อยู่ที่ +3.4% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ -17.3%
สำหรับไตรมาส 4 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,911 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +223% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวม 36,077 เพิ่มขึ้น 34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
รายได้แบ่งตามหมวดธุรกิจในปี 65
ธุรกิจร้านอาหาร รายได้เท่ากับ 27,401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +29% จากปีก่อน (สัดส่วน 22% ของรายได้รวมทุกธุรกิจ) เนื่องจากยอดขายเติบโตทุกสาขาจากการฟื้นตัวของธุรกิจในประเทศไทย และออสเตรเลีย ผลักดันอัตราเติบโตของยอดขายรวมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 20.1%
ธุรกิจโรงแรม รายได้เท่ากับ 93,886 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +130% จากปีก่อน (สัดส่วน 76% ของรายได้รวมทุกธุรกิจ) สาเหตุจากการฟื้นตัวของการเดินทางที่สูงขึ้นทั่วโลก และปรับเพิ่มราคาค่าห้องพัก ทำให้รายได้เฉลี่นต่อห้องของกลุ่มโรงแรมทั้งหมดเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปีก่อน และสูงกว่าก่อนช่วงโควิดราว 7% ปัจจุบันอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 60% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 36%
ธุรกิจไลฟ์สไตล์ รายได้เท่ากับ 2,521 ล้านบาท ลดลง -9% จากปีก่อน (สัดส่วน 2% ของรายได้รวมทุกธุรกิจ) เป็นผลจากการปรับโครงสร้างธุรกิจภายใน
ณ สิ้นปี 2565 บริษัท มีสินทรัพย์รวม 358,210 ล้านบาท ลดลง 11,423 ล้านบาท และมีหนี้สินรวม 275,601 ล้านบาท ลดลง 14,540 ล้านบาท ขณะที่เงินสดอิสระ เหลืออยู่ที่ 10,900 ล้านบาท
นายดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของ MINT กล่าวว่า “ผมภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในตัวทีมงานของเราที่ร่วมกันขับเคลื่อนและส่งมอบอีกหนึ่งผลการดำเนินงานที่น่าประทับใจในไตรมาส 4 ปี 2565 และเมื่อเราเข้าสู่ยุคภายหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 แล้ว ผมตั้งตารออีกปีแห่งความสำเร็จในปี 2566 จากแนวโน้มการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ นอกเหนือจากกลยุทธ์สามปีฉบับใหม่ของบริษัทแล้ว ในปี 2566 และปีต่อๆ ไป บริษัทจะมุ่งเน้นไปที่การคว้าโอกาสใหม่ๆ เพื่อปลดล็อกและเร่งการเติบโตและเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ในขณะที่ยังคงรักษาตำแหน่งของบริษัทในฐานะผู้นำในตลาดระดับโลก เราได้กลับมาเติบโตอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง และ MINT อยู่ในฐานะที่ดีที่จะคว้าโอกาสที่น่าตื่นต้นที่รอเราอยู่ข้างหน้า”
ล่าสุดหุ้น MINT ปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 34 บาทต่อหุ้น โดยราคาปรับตัวขึ้นมาราว +38.7% จากเมื่อช่วงเดือน ต.ค.
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB