S&P ลุยรีโนเวทร้านอาหาร-เบเกอรี่มาร์ท มองปี66 ธุรกิจอาหารฟื้นแต่ไม่เท่าก่อนโควิด
บมจ.เอสแอนด์พี ซินดิเคท หรือ S&P (SNP) เดินหน้ารีโนเวทร้านอาหาร-เบเกอรี่มาร์ท วางแผนยาวถึงปี 67 หวังดันยอดขายร้านเพิ่ม 20% ปีนี้จ่อเปิดร้านใหม่ราว 30 แห่ง เตรียมนำหุ่นยนต์ช่วยเสิร์ฟอาหารลดต้นทุน พร้อมตั้งเป้าสร้างรายได้โต 2 หลัก มองอุตสาหกรรมอาหารเติบโตได้ดี แต่ยังไม่เทียบเท่าปี 62
คุณวิทูร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสแอนด์พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) หรือ SNP เปิดเผยว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัทได้มีการรีโนเวทร้านใหม่จำนวน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายและภาพลักษณ์ของแบรนด์ และก็จะทำอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ปัจจุบันบริษัทฯมีธุรกิจ 5 รุปแบบ คือ ธุรกิจร้านอาหาร (S&P Restaurant) ธุรกิจเบเกอรี่ (S&P Bakery Shop) ธุรกิจเดลิเวอรี่ (Delivery) ธุรกิจเดลต้า (Delivery&Take away) และธุรกิจเบเกอรี่มาร์ท (Bakery Mart)
โดยสิ่งที่จะเน้นรีโนเวทเป็นหลัก คือ ร้านเบเกอรี่มาร์ท เนื่องจากเป็นร้านที่มีพื้นที่ขายสินค้าจำนวนมากราว 50-60 ตารางเมตร และร้านอาหาร ในปีที่ผ่านมาก็รีโนเวทไปแล้วจำนวนหลายร้าน ซึ่งจะเน้นบรรยากาศการนั่งรับประทานอาหาร
ทั้งนี้ทุกครั้งที่มีการรีโนเวท ยอดขายแต่ละร้านจะเพิ่มขึ้นมาประมาณ 20% ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่นั้น ๆ และบริษัทฯจะเร่งรีโนเวทให้ได้มากที่สุดทั่วประเทศ เพราะทำแล้วเห็นผลแน่นอนที่สุด คาดว่าส่วนใหญ่จะรีโนเวทเสร็จในปีหน้า 2567 เนื่องจากร้านอาหารต้องใช้เวลาและเงินทุนเยอะ แต่จะเริ่มเน้นร้านที่มีลูกค้าจำนวนมาก ๆ ก่อน เพราะจะกระตุ้นเพิ่มยอดขายเพิ่มได้ง่ายมากขึ้น ส่วนร้านที่ลูกค้าไม่เยอะก็อาจจะไม่รีโนเวท
ขณะที่แผนการเปิดร้านสาขาใหม่จะมีไม่เยอะ ส่วนใหญ่จะเป็น Shop ราว 30 แห่ง ดังนั้นสิ่งที่จะลงทุนเป็นหลัก คือ การรีโนเวท และปรับปรุงหน้าตาร้าน
ขณะเดียวกัน บริษัทฯจะโฟกัสที่การอำนวยความสะดวกการบริการลูกค้าให้ดีขึ้นในอนาคต โดยพนักงานจะต้องใช้น้อยลง เนื่องจากค่าแรงที่เพิ่มขึ้น และหาคนได้ยากมากขึ้น จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเข้าช่วยเยอะ ดังนั้นบริษัทจึงได้ลงทุนนำเครื่อง mPOS มาใช้ช่วยคิดเงินบนโต๊ะ ซึ่งก็ให้การทำงานมีความราบรื่นมากยิ่งขึ้น และในอนาคตเตรียมจะนำหุ่นยนต์มาช่วยรับส่งอาหารภายในร้าน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงขั้นตอนของการทดลอง
“เราผ่าน 3 ปีมาได้อย่างดีพอใช้ได้ เป็นปียากมาก เราปรับอะไรหลาย ๆ อย่าง ตอนนี้มันจะกลับมาในช่วงที่ยอดควรจะเริ่มมาแล้ว แต่มันจะมีความยากเรื่องต้นทุน และความยากเรื่องคน ซึ่งก็ยากทั้งคู่ แต่ปัจจัยบวกคือคนจะเริ่มใช้เงินมากขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยวก็ยังไม่เห็นกลับมาเร็วอย่างที่ทุกคนคิด และถ้าดูตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนก็ยังไม่ได้มากเหมือนกับที่หลายคนบอกไว้”
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมอาหาร ปีนี้ 2566 โดยรวมมีแนวโน้มไปทางบวก เพราะห้างสรรพสินค้าเริ่มเปิดเต็มที่ ตอนนี้เศรษฐกิจกลับมาดีขึ้น แต่ยังคงไม่เทียบเท่ากับช่วงปี 2562 ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละองค์กรว่าหลังผ่านช่วงวิกฤตมาแล้วเรียนรู้อะไรได้บ้าง ถ้ากลับยังกลับไปทำงานแบบเดิม ๆ ก็จะไม่ช่วยอะไรเลย
ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯมีการปรับโครงสร้างองค์กร และมีพนักงานที่ลาออกไปบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโควิด-19 บริษัทฯได้มีการปรับลดเงินเดือนเริ่มตั้งแต่ประธานลงไป เพื่อให้บริษัทเดินหน้าต่อไปได้
ด้านการบริหารต้นทุน บริษัทฯได้มีการปรับลดลดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ลดจำนวนออฟฟิศ 1 ชั้น และปรับกระบวนการทำงานต่าง ๆ รวมถึงลดการจ้างพนักงานเพิ่ม และนำหุ่นยนต์มาทำหน้าที่แทน ส่วนวัตถุดิบก็ใช้วิธีการตุนสินค้า ซึ่งต้องดูจังหวะซื้อและตัวสินค้าด้วย เพราะราคามีความผันผวน เช่น ปลาแซลมอน ที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ ทำให้ต้องมีการปรับขึ้นราคา ส่วนสินค้าอื่น ๆ บริษัทฯก็พยายามตรึงราคาไว้ให้ได้นานที่สุด และอาจมีบางเมนูที่จะต้องปรับขึ้นมาได้เท่าที่จำเป็น แต่โดยรวมก็จะพยายามไม่ปรับราคาขึ้น
สำหรับปีนี้ 2566 คาดว่า บริษัทฯจะสร้างรายได้เติบโตมากขึ้นจากปีก่อนในระดับเลขสองหลัก (Double-Digit) เพราะบริษัทได้มีทำหลายอย่างที่คิดว่าลูกค้าน่าจะชอบ
นอกจากนี้บริษัทฯได้มีการติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof) ไว้ที่โรงงาน ซึ่งติดตั้งเสร็จไปแล้ว เฟส 1 ที่โรงงานเบเกอรี่บางนา-ตราด กม.23.5 และปีนี้ 2566 จะเริ่มติดตั้งโรงงานอาหารที่ลาดกระบัง ส่วนโรงงานที่สุขุมวิท 62 ก็กำลังจะมีแผนติดตั้งด้วยเช่นกัน โดยบริษัทฯพยายามจะใช้โซลาร์รูฟให้เยอะที่สุด ซึ่งจะใช้เงินกู้ที่ได้รับการสนุนจากธนาคาร คาดว่าจะคืนทุนภายในเวลา 5 ปี ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านค่าไฟฟ้า
ขณะที่แผนการลงทุนในต่างประเทศ ในระยะ 3-5 ปี คงจะดูในประเทศอาเซียนว่าจะสามารถขยายเพิ่มเติมได้หรือไม่ โดยตอนนี้ประเทศที่น่าสนใจ คือ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลลิปปินส์ แต่ก็มีความยาก เนื่องจากขยายไปเร็วมากไม่ได้ และใช้เงินลงทุนเยอะ ซึ่งเราไม่ชอบเสี่ยงมาก แต่อยากจะเสริมที่เมีอยู่ และไปในที่แน่นอนสุด
ส่วนแผนการร่วมทุน บริษัทก็ดูมาตลอด โดยมีหลายโครงการที่พูดคุยไปแล้วบ้างแล้วแต่ยังดูไม่ค่อยดี เช่น ตกลงกันไม่ได้ หรือราคาแพงไป เป็นต้น แต่ยืนยันว่ายังคงมองหาผู้ร่วมทุนมาโดยตลอดจนกว่าจะมีสิ่งน่าสนใจ ซึ่งก็มีการเจราจาไปแล้วบ้าง ยังเปิดเผยข้อมูลไม่ได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB