หุ้น BBL ดิ่ง 2.17% นำกลุ่มแบงก์ร่วงยกแผง ท่ามกลางข่าว บลจ.บัวหลวง
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2566 เวลา 13.30 น. หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ปรับตัวลดลง 1.14 % สวนทางกับดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
นำโดยหุ้น BBL ของ ธนาคารกรุงเทพ ราคาลดลง 2.17% หรือ 3.50 บาท ปิดที่ 158 บาทต่อหุ้น มูลค่าซื้อขายสูงสุดในตลาด 2,611 ล้านบาท
- SCB ของ บมจ.เอสซีบี เอกซ์ ราคาลดลง 1.89% หรือ 2.00 บาท ปิดที่ 104 บาทต่อหุ้น มูลค่าซื้อขาย 1,027 ล้านบาท
- KBANK ของธนาคารกสิกรไทย ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ปิดที่ 129 บาทต่อหุ้น มูลค่าซื้อขาย 1,022 ล้านบาท
- KTB ของธนาคารกรุงไทย ราคาลดลง 0.52% หรือ 0.10 บาท ปิดที่ 19.20 บาท มูลค่าซื้อขาย 893 ล้านบาท
- TTB ของ ธนาคารทหารไทยธนชาต ราคาลดลง 1.26% หรือ 0.02 บาท ปิดที่ 1.57 บาทต่อหุ้น มูลค่าซื้อขาย 598 ล้านบาท
ขณะดัชนีตลาดหุ้นไทย ปิดภาคเช้าปรับเพิ่มขึ้น 0.95 จุด หรือ +0.06% อยู่ที่ 1,479.05 จุด มูลค่าซื้อขายรวม 25,216 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามพบว่า หุ้น BBL ปรับตัวลดลงมากสุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ท่ามกลางกระแสข่าว บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บัวหลวง (BBLAM) ของธนาคารกรุงเทพ ได้ประกาศตัดขายหุ้น STARK ของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ออกไปจนหมดทุกกองทุน และเตรียมหารือสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ดำเนินคดีในฐานะผู้ลงทุนสถาบัน
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป ระบุในบทวิเคราะห์ คาดการณ์ BBL ไตรมาส 2 ปี 66 จะมีกำไร 1.14 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 13.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้ปัจจัยหนุนจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คาดว่าจะทำให้รายได้ดอกเบี้ยยังเพิ่มขึ้นได้ และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม สินเชื่อของ BBL เดือน พ.ค. ฟื้นตัว 0.8% จากเดือนก่อนหน้า และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในเดือน มิ.ย. แต่สินเชื่อในเดือน เม.ย.ที่หดตัวลด 1.2% จากเดือนก่อนหน้า ทำให้คาดว่าสินเชื่อรวมไตรมาส 2 หดตัวลงประมาณ 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้ และหนี้เสีย (NPL) อาจจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB