ตลท.โต้ บจ.คุณภาพลดลง แห่เข้าตลาดหนีเกณฑ์ใหม่หุ้น IPO ยันใช้มาตรฐานบัญชีเดิม
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชี้แจงการปรับเกณฑ์ใหม่บริษัทเสนอขายหุ้น IPO ในปีหน้า 67 เพื่อเพิ่มคุณภาพบริษัทจดทะเบียน และให้เหมาะสมกับตลาดมากขึ้น เผยครึ่งหลังของปี 66 ยังเหลืออีก 46 บริษัทที่กำลังรอเข้าตลาด ยืนยันคุณภาพบริษัทไม่ได้ลดลง เพราะยังใช้มาตรฐานบัญชีอยู่
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 66 ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงการปรับเกณฑ์บริษัทเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่จะบังคับใช้ มิ.ย.ปี 67 ว่า การปรับเกณฑ์มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพบริษัทและให้สอดคล้องกับขนาดบริษัทมากขึ้น ปัจจุบันตลาดซื้อขายมี 3 ตลาด ได้แก่ เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx), เอ็มเอไอ (mai) และเซ็ท (SET)
โดยเมื่อมีทางเลือกมากขึ้น จึงได้เสนอปรับหลักเกณฑ์บริษัทใหม่ที่เสนอขายหุ้น IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดให้เหมาะสมกับขนาดของบริษัทมากขึ้น เช่น บริษัทสตาร์อัพ หรือ เอสเอ็มอี เข้าจดทะเบียนที่ตลาด LiVEx ส่วนบริษัทที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกให้เข้าจดทะเบียนที่ตลาด mai และบริษัทที่มีขนาดใหญ่มาก เข้าจดทะเบียนที่ตลาด SET
ทั้งนี้การการปรับเกณฑ์ IPO ไม่ได้ทำให้คุณภาพบริษัทใหม่ที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯมีคุณภาพลดลง เพียงแต่อีก 2-3 ปีข้างหน้า การเข้าจดทะเบียนในตลาดของบริษัทใหม่จะมีมาตรฐานทางบัญชีที่เพิ่มมากขึ้น โดยในปี 66 มีบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดแล้ว 21 บริษัท และยังเหลืออีก 46 บริษัทที่กำลังรอเข้าตลาดอยู่ ซึ่งยังคงใช้มาตรฐานบัญชีเดิม
สำหรับสถานการณ์เมืองไทย ดร.ภากร มองว่า คงต้องลุ้นให้รัฐบาลใหม่รีบจัดตั้งได้เร็วขึ้น เพื่อที่นักลงทุนจะได้มองเห็นความชัดเจนในด้านโยบายของรัฐ และพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน
“ปัจจัยเกี่ยวกับการเมือง พวกเราต้องเอาใจช่วยว่าเมื่อไหร่เราจะมีรัฐบาลที่สามารถตั้ง เพื่อที่นโยบายต่าง ๆ จะได้มีความชัดเจน เรื่องเกี่ยวกับงบประเมาณ เรื่องเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ จะได้มีความชัดเจน เพื่อจะทำให้เรามองเห็นภาพการพัฒนาเศรษฐกิจได้ชัดเจนมากขึ้น” ดร.ภากร กล่าว
ด้าน ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและหัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวถึงปัจจัยผลกระทบต่อการลงทุนตลาดหุ้นไทยว่า ในต่างประเทศขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยที่เซอร์ไพร์ส และปัจจัยอื่น ๆ ก็เริ่มมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น เช่น อัตราเงินเฟ้อลดลง ราคาน้ำลดลงมามากตั้งแต่ต้นปี และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในหลายประเทศ ทำให้สินทรัพย์ต่าง ๆ รวมถึงตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) นักลงทุนเริ่มเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น
ส่วนตลาดหุ้นไทยตอนนี้อยู่ในสถานการณ์รอจังหวะ โดยมูลค่าตอนนี้ P/E Ratio ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย รวมถึงเริ่มเห็นนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่ยในประเทศ เริ่มทยอยซื้อสะสมหุ้นแล้ว ส่วนนักลงทุนต่างประเทศหากเริ่มถึงจุดอิ่มตัวแล้ว เชื่อว่าจะกลับเข้ามาลงทุนในไทยต่อ ซึ่งต้องรอจังหวะ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB