CPAXT กำไรไตรมาส 2 วูบ 3.6% เหลือ 1,516 ล้านบาท ปันผล 0.18 บาท/หุ้น
บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT) หรือชื่อเก่า MAKRO ประกาศงบไตรมาส 2 ปี 66 มีกำไรสุทธิ 1,516 ล้านบาท ลดลง 3.6% มีรายได้รวม 121,612 ล้านบาท โดยยอดขายปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากธุรกิจค้าส่ง บอร์ดบริษัทมีมติจ่ายปันผล 0.18 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 21 ส.ค. 66
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT รายงานผลดำเนินงาน ประจำปี 66 มีกำไรสุทธิ 1,516 ล้านบาท ลดลง 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวม 121,612 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้หากไม่รวมรายการตัดจ่ายค่าธรรมเนียมและขาดทุนจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดจำนวน 185 ล้านบาท (สุทธิจากภาษี เงินได้) กำไรสุทธิไตรมาสที่ 2 จะเป็น 1,701 ล้านบาท หรือเติบโต 8.1%
ส่งผลให้รวม 6 เดือนแรกของปี 66 มีกำไรสุทธิรวม 3,682 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้รวม 241,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยบริษัทมีรายได้จากการขาย 115,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากยอดขายภายในสาขา และการเติบโตจากการขายออนไลน์และการขายนอกร้านของธุรกิจแม็คโครประเทศไทย ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจแม็คโครต่างประเทศในทุกประเทศ
- ธุรกิจค้าส่ง รายได้ 65,280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ธุรกิจค้าปลีก รายได้ 56,332 ล้านบาท ลดลง 2.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่รายได้จากการให้บริการและรายได้อื่นรวมอยู่ที่ 2,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลหลักจากรายได้ค่าบริการสำหรับ กิจกรรมส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ มีรายได้ค่าเช่าและรายได้จากการให้บริการศูนย์การค้า เท่ากับ 3,485 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านต้นทุนในการจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหาร รวม 16,307 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
คณะกรรมการบริษัท มีมติจ่ายปันผลเป็นเงินสด ในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผลวันที่ 22 ส.ค. 66 (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 21 ส.ค.) และจ่ายปันผลวันที่ 06 ก.ย. 66
นายธานินทร์ บูรณมานิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPAXT เปิดเผยว่า สำหรับครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มุ่งมั่นเพิ่มโอกาสทางการขายทั้งภายในสาขา และขายนอกร้าน โดยบริษัทฯ และ บริษัทย่อยเพิ่มโอกาสทางการขายด้วยการขยายสาขาในหลากหลายรูปแบบทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบไปด้วย สาขาขนาดใหญ่ 8-10 สาขา สาขาขนาดกลางและขนาดเล็ก 70-80 สาขา
นอกจากนี้ อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ คือ การพัฒนารูปแบบสาขาใหม่ ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละพื้นที่ ด้วยรูปแบบผสมผสาน (Hybrid) ที่ดึงจุดแข็งของธุรกิจค้าส่ง แม็คโคร แหล่งรวมอาหารสดคุณภาพ ราคาประหยัด กับโลตัส ที่โดดเด่นในด้านการบริหารจัดการพื้นที่ศูนย์การค้า มาตอบโจทย์ลูกค้าทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ที่ต้องการทั้งสินค้าดีและพื้นที่ในการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ซึ่งเป็นการนำจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์มาสนับสนุนกัน เพื่อดึงดูดลูกค้าทุกกลุ่ม รูปแบบ Smart Community Center ศูนย์รวมการใช้ชีวิตของคนทุกวัยในชุมชน ซึ่งได้เปิดตัวโลตัส นอร์ธ ราชพฤกษ์ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และปีนี้ยังได้เปิดตัวโลตัส พรีเว่ พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ต และโลตัส Smart Store ที่นำเทคโนโลยีสุดล้ำมาพัฒนานำร่องร้านค้าอัจฉริยะ Pick&Go ที่โลตัส นอร์ธ ราชพฤกษ์ อีกด้วย
สำหรับแผนการขายนอกร้าน บริษัทฯ ได้วางงบลงทุนกว่า 2,500 ล้านบาท ในการพัฒนาระบบออนไลน์และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตและมุ่งสู่ผู้นำธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ระดับภูมิภาค พร้อมทั้งเน้นการทำโปรโมชั่นแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) มากยิ่งขึ้น
ล่าสุดหุ้น CPAXT ปิดตลาดภาคเช้าวันที่ 8 ส.ค. 66 ราคาอยู่ที่ 32.50 บาทต่อหุ้น ปรับลดลงราว 7.8%จากเดือน มิ.ย. 66 ที่ผานมา
อ่านรายละเอียดฉบับเต็ม : คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2566
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB