TTB ไตรมาส 3/66 กำไร 4,735 ล้านบาท พุ่ง 27.5% จากรายได้ดอกเบี้ยเติบโต
ธ.ทหารไทยธนชาต หรือ ทีเอ็มบีธนชาต (TTB) โชว์กำไรไตรมาส 3 ปี 66 เติบโต 27.5% ที่ 4,735 ล้านบาท จากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น พร้อมตั้งสำรองฯเพิ่มอีก 4,354 ล้านบาท ทั้งนี้ TTB ประเมินเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวไตรมาสสุดท้ายของปี 66 คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติแตะ 27.5 ล้านคนในปีนี้ จากช่วงไฮซีซั่น และมาตรการฟรีวีซ่า
เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 66 ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB แจ้งประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2566 โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 18,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 4,735 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปัจจัยหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ตามแนวโน้มของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและอัตราดอกเบี้ยโนบายขาขึ้น
โดยส่งผลให้รวม 9 เดือนแรกของปี 66 มีกำไรสุทธิ 13,596 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 14,665 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เท่ากับ 3,335 ล้านบาท ลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ในไตรมาสนี้ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) หรือการตั้งสำรองฯ ที่ 4,354 ล้านบาท ลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน รวม 9 เดือนแรกของปี 66 เท่ากับ 12,874 ล้านบาท
สำหรับสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับ ณ สิ้นเดือน ก.ย. อยู่ที่ 40,279 ล้านบาท ลดลงจาก 40,719 ล้านบาท ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2566 และอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLratio) อยู่ที่ร้อยละ 2.67 เมื่อเทียบกับร้อยละ 2.63 ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2566 ขณะที่อัตราส่วนสำรองฯ ต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพทรงตัวในระดับสูง (coverage ratio) ที่ 144%
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TTB เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/66 ยังคงมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องจาก 2 ไตรมาสแรก รวม 9 เดือน ถือว่าธนาคารทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านรายได้ การบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงาน และการดูแลคุณภาพสินทรัพย์ ส่งผลให้มีกำไรที่ดีและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเผชิญกับความผันผวนจากทั้งในและนอกประเทศ ธนาคารยังคงใช้นโยบายการเติบโตสินเชื่อใหม่อย่างระมัดระวัง เนื่องจากมองว่าการเร่งเติบโตสินเชื่อท่ามกลางภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยนี้อาจก่อให้เกิดหนี้เสียและภาระการตั้งสำรองฯ ตามมาในภายหลัง ขณะเดียวกันธนาคารยังคงมีแนวทางการขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้อย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อดูแลลูกค้า ดังนั้นการสร้างรายได้และผลตอบแทนจากดอกเบี้ยจึงเน้นไปที่เรื่องของการใช้เงินทุนและสภาพคล่องที่มีอยู่ให้ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพ
TTB ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปี 66 ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีทิศทางฟื้นตัวดีขึ้น โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยปีนี้คาดว่าอยู่ที่ 27.5 ล้านคน และมีแนวโน้มเร่งขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี ส่วนหนึ่งมาจากเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยวของไทยและมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า (ฟรีวีซ่า) ให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มหลัก
สำหรับการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอตัวลงตามอุปสาค์ในประเทศที่แผ่วลง ตลอดจนความไม่แน่นอนของนโยบายกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐ
ทั้งนี้ ttb analytics ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2566 จะขยายตัวลดลงร้อยละ 2.8 และมีโอกาสปรับลดประมาณการหากอุปสงค์ต่างประเทศและการบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวลงอย่างชัดเจน
ขณะที่ด้านตลาดการเงิน กนง.มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ร้อยละ 2.50 ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว และในระยะข้างหน้าจะพิจารณาให้เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
ด้านค่าเงินบาทในไตรมาสที่ 4 ปี 66 คาดว่าจะมีทิศทางแข็งค่าขึ้นได้บ้าง โดยจะอยู่ในช่วง 35.50-36.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นไตรมาส
อ่านรายละเอียดฉบับเต็มได้ที่ : คำอธิบายและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 และรอบ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2566
ราชกิจจาฯเผยแพร่คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด 11 แกนนำพันธมิตรฯ
กางปฏิทินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ค่าจ้างลูกจ้างประจำ บำนาญ ปี 2566
ประกาศเตือนฉบับที่ 4 พายุดีเปรสชันทวีกำลังแรงขึ้น!
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB