ส่องปัจจัยเสี่ยงตลาดหุ้นสัปดาห์หน้า ลุ้นฝ่าแนวต้าน 1,400 จุด
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย สัปดาห์หน้า 24-27ต.ค. ลุ้นฝ่าแนวต้าน 1,400 จุด หลังร่วงแรงไปเมื่อวันศุกร์ (20 ต.ค.) ที่ผ่านมา
ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงหลุดแนว 1,400 จุด ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน (20 ต.ค.66) สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศท่ามกลางความกังวลว่าเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอลจะยืดเยื้อ แม้ผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยจะยังจำกัดก็ตาม
นอกจากนี้ บรรยายกาศการลงทุนยังถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ตลอดจนโอกาสของการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาดีกว่าคาดและท่าทีของประธานเฟดที่มีความกังวลต่อทิศทางเงินเฟ้อสหรัฐฯ
ซึ่งยังอยู่ในระดับสูง หุ้นไทยปรับตัวลงถ้วนหน้าในช่วงปลายสัปดาห์นำโดย กลุ่มไฟแนนซ์ เทคโนโลยี วัสดุก่อสร้าง และกลุ่มแบงก์
ในวันศุกร์ที่ 20ต.ค. ดัชนี SET ปิดที่ระดับ1,399.35จุด ลดลง 3.54% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อนขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่47,427.37ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.25% จากสัปดาห์ก่อนส่วนดัชนีmai ลดลง 5.65% มาปิดที่ระดับ 407.88จุด
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (24-27ต.ค.) บริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่1,390 และ 1,370 จุดขณะที่แนวต้านอยู่ที่1,415 และ1,440 จุด ตามลำดับ
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมิน ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือน ก.ย. ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติรวมถึงผลประกอบการไตรมาส 3/66 ของบริษัทจดทะเบียนไทย ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือนต.ค. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล และดัชนี PCE/Core PCE Indice เดือนก.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/66
รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่การประชุม ECB ดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือนต.ค. ของญี่ปุ่นและยูโรโซนตลอดจนกำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ย. ของจีน
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 16-20 ต.ค. 2566 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 4,053 ล้านบาท และมีสถานะเป็น NetOutflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 9,847 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 9,772 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 75 ล้านบาท)
ค่าเงินบาทมองกรอบการเคลื่อนไหว ที่ระดับ 36.10-36.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 36.10-36.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ตัวเลขการส่งออกเดือน ก.ย. ของไทย สัญญาณเงินทุนต่างชาติทิศทางสกุลเงินเอเชียรวมถึงสถานการณ์ในอิสราเอล
อย่างไรก็ตาม เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่า โดยเงินบาททยอยอ่อนค่าลงตามสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียขณะที่เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัยท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส
นอกจากนี้ สัญญาณขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติและการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ(บอนด์ยีลด์สหรัฐฯอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น เหนือระดับ 5.00% ทำสถิติสูงสุดในรอบ16 ปี ก็เป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมที่กดดันค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี ราคาทองคำในตลาดโลกที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้นในระหว่างสัปดาห์ ช่วยชะลอกรอบการอ่อนค่าของเงินบาทไว้บางส่วน
เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องจนถึงช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ มีแรงหนุนจากท่าทีของประธานเฟดที่ยังคงกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐฯแม้จะยอมรับว่าการขยับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินในช่วงที่ผ่านมาอาจลดความจ าเป็นของการคุมเข้มทางการเงินต่อเนื่องของเฟดก็ตาม
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกร
ภาพ : Shutterstock / freepik
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB