เช็กที่นี่ แบงก์ไหนปรับก่อน ขั้นต่ำบัตรเครดิต 8% เริ่ม 1 ม.ค.67
ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.67 ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งเริ่มปรับการเก็บขั้นต่ำบัตรเครดิต จาก 5% เป็น 8%
ตามที่ธนาคารพาณิชย์ กำหนดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับบัตรเครดิตที่ 5% มาตั้งระยะเวลาหนึ่ง โดยธปท. ได้ปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยลง 2 - 4% ต่อปี ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 แต่ตั้งแต่ปี 2567 วันที่ 1 ม.ค.2567 ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งกำหนดเก็บขั้นต่ำสำหรับบัตรเครดิตจาก 5% เป็น 8% โดยเบื้องต้นมี 4 ธนาคาร
เริ่มที่ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า เงื่อนไขใหม่การผ่อนชำระคืนขั้นต่ำบัตรเครดิต
- ตั้งแต่รอบบัญชีเดือนเมษายน 2563 ถึงรอบบัญชีเดือนธันวาคม 2566 ชำระขั้นต่ำ 5% ตัวอย่างเช่น ผู้ถือบัตรเครดิตมียอดใช้บัตรเครดิต 100,000 บาทต่อบัตร ยอดชำระขั้นต่ำ 5% เท่ากับ 5,000 บาท
- ตั้งแต่รอบบัญชีเดือนมกราคม 2567 ถึงรอบบัญชีเดือนธันวาคม 2567 ชำระขั้นต่ำ 8% ตัวอย่างเช่น ผู้ถือบัตรเครดิตมียอดใช้บัตรเครดิต 100,000 บาทต่อบัตร ยอดชำระขั้นต่ำ 8% เท่ากับ 8,000 บาท
- ตั้งแต่รอบบัญชีเดือนมกราคม 2568 เป็นต้นไป ชำระขั้นต่ำ 10% ตัวอย่างเช่น ผู้ถือบัตรเครดิตมียอดใช้บัตรเครดิต 100,000 บาทต่อบัตร ยอดชำระขั้นต่ำ 10% เท่ากับ 10,000 บาท
อย่างไรก็ตาม เฉพาะรอบบัญชีเดือนเมษายน 2563 ถึงเดือนธันวาคม 2567 ธนาคารเรียกเก็บจำนวนเงินขั้นตํ่า 5% และ 8% ต่อรอบบัญชีตามจริงโดยไม่กำหนดจำนวนเงินที่ต้องชำระขั้นตํ่าที่ 1,000 บาท
เช่นเดียวกับ ธนาคารกรุงเทพและธนาคารออมสิน ขอประกาศปรับอัตราการชำระคืนขั้นต่ำรายการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจาก 5% เป็น 8%
ส่วนการเตรียมตัวรับมือกับเงื่อนไขใหม่บัตรเครดิตใหม่ชำระขั้นต่ำ 8% จะเริ่มมีผลตั้งแต่รอบบัญชีเดือนมกราคม 2567 เป็นต้นไป
สมมติว่ามียอดใช้บัตรเครดิต 100,000 บาทต่อบัตร ในรอบปี 2566 ยอดชำระขั้นต่ำ 5,000 บาท แต่พอถึงรอบปี 2567 เป็นต้นไป ยอดชำระขั้นต่ำ 8,000 บาท ซึ่งทำให้ต้องมีภาระเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 3,000 บาท
ทหารไทยธนชาต (TTB) แจ้งเก็บขั้นต่ำบัตรเครดิต จากเดิมขั้นต่ำ 5% เป็น 8%
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยธนาคารขอแจ้งการปรับอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำ โดยมีผลตั้งแต่รอบบัญชีเดือนมกราคม 2567 เป็นต้นไป
สำหรับบัตรเครดิต : อัตราผ่อนชำระจากเดิมขั้นต่ำ 5% เป็น 8% ของยอดเงินตามใบแจ้งยอดบัญชีเครดิต
ดังนั้น จึงต้องเตรียมตัวรับมือกับเงื่อนไขใหม่บัตรเครดิตได้อย่างทันท่วงที คือ
ต้องมีเงินสำรองเพิ่มขึ้น เช่น หากมียอดคงค้างบัตรเครดิตเฉลี่ย 100,000 บาทต่อเดือน จากเดิมที่ต้องชำระขั้นต่ำ 8,000 บาท ในรอบบัญชีเดือนมกราคม 2567 ยอดชำระขั้นต่ำจะเพิ่มขึ้นอีก 2,000 บาท เป็น 10,000 บาท ทำให้มีภาระที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ควบคุมเงินคงเหลือในแต่ละเดือนให้เป็นบวก (รวมค่าใช้จ่ายการผ่อนขั้นต่ำแล้ว) เพื่อให้ผู้ใช้บัตรเครดิต มีเงินคงเหลือเพียงพอในการดำรงชีพในแต่ละเดือนด้วย ไม่ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง แต่ทั้งนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานการใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล หลีกเลี่ยงการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย หรือใช้จ่ายเกินความจำเป็น ซึ่งผู้ใช้บัตรเครดิตต้องเป็นผู้ประเมินเอง
ไม่สร้างหนี้เพิ่ม หากใช้บัตรเครดิตผ่อนชำระขั้นต่ำ โดยเฉพาะการใช้บัตรเครดิตกับสิ่งฟุ่มเฟือยหรือใช้ในการสันทนาการที่ไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องใช้ควรใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคเท่าที่จำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ไม่จบสิ้น หรือตกอยู่ในวังวนแห่งการเป็นหนี้ ที่สำคัญต้องหลีกเลี่ยงการกู้หนี้นอกระบบมาเพื่อจ่ายหนี้เดิม ซึ่งจะทำให้มีโอกาสเข้าสู่วงจรอุบาทว์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากประเมินว่าจ่ายไม่ไหว หากผู้ถือบัตรเดรดิตมีภาระหนี้มากกว่า 60% ของรายได้ เช่น มีเงินเดือน 20,000 บาท มีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายทั้งหมดมากกว่า 12,000 บาท นั่นคือสัญญาณที่บอกว่ามีภาระหนี้อยู่ในเกณฑ์ที่สูง ดังนั้น การขอปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงิน จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมแต่ขอให้รีบทำเสียแต่เนิ่นๆ อย่าทิ้งไว้นาน อย่าหนี อย่าเชื่อกูรูบนโลกออนไลน์ที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน เพราะสถานการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หลายครั้งคำแนะนำที่ได้รับยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม ดังนั้น ขอให้ผู้ใช้บัตรเครดิตเข้ามาคุยกับธนาคารแบบเปิดใจ เพื่อจะได้ช่วยกันหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด
และหากมีหนี้บัตรเครดิตหลายธนาคารแล้วจ่ายไม่ไหว แนะนำให้เข้าโครงการแก้ไขหนี้บัตรเครดิต เพื่อให้การปรับโครงสร้างหนี้เป็นไปอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยมีคลีนิคแก้หนี้เป็นคนกลางในการช่วยดำเนินการให้ เพื่อทำให้ผู้ใช้บัตรเครดิตสามารถชำระหนี้ได้ตามความสามารถของตนเอง และช่วยหลุดพ้นจากวงจรหนี้ได้
ด่วน! “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” พร้อมลูกสาว ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ แฟนๆ แห่ห่วง-ส่งกำลังใจ
พยากรณ์อากาศล่วงหน้า บอกลาอากาศเย็น! หลังจากนี้ร้อนขึ้น
29 ธ.ค. 66 ธนาคารหยุด! หลังแบงก์ชาติประกาศให้เลื่อนวันหยุดชดเชยสิ้นปี
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB