เช็กตลาดหุ้น-ค่าเงินสัปดาห์หน้า เงินบาทมีโอกาสแตะ 37 บาทต่อดอลลาร์
ศูนย์วิจัยกสิกรสรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทย โดยเงินบาทกลับมาอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ ขณะที่หุ้นไทยร่วงลงตามแรงขายต่างชาติ
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านามาเงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงสั้นๆ สอดคล้องกับการดีดตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก หลังเกิดความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในอิหร่าน และแรงหนุนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1 ปี 2567 ซึ่งขยายตัวกว่าคาด และแรงซื้อพันธบัตรไทยของนักลงต่างชาติ
แต่กลับมาอ่อนค่าในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ และอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ (36.75 บาทต่อดอลลาร์) เป็นการอ่อนค่าเหมือนกับสกุลเงินเอเชีย และราคาทองในตลาดโลกกลับมาร่วงลง ส่วนดอลลาร์ฟื้นตัวตามแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีกว่าตลาดคาด
ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 24 พ.ค. 2567 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 36.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 36.21 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (17 พ.ค.67)
มีโอกาสแตะ 37.00 บาทต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม สัปดาห์หน้า (27-31 พ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 36.40-37.00 บาทต่อดอลลาร์
โดยมีปัจจัยต้องติดตาม
- รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือน เม.ย.ของ ธปท.
- ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลก และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด
- ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. รายงาน Beige Book ของเฟด ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2567 (Second Estimate) ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย รายได้/รายจ่ายส่วนบุคคล และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE/Core PCE Price Indices เดือนเม.ย. และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ รวมถึง ข้อมูลกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. และข้อมูล PMI เดือนพ.ค. ของจีน และตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ค. ของยูโรโซน ด้วยเช่นกัน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
ส่วนความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
ปรับตัวลงจากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ หลังปิดบวกติดต่อกันเป็นเวลา 4 สัปดาห์ โดยดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงตลอดสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายสุทธิของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ โดยมีปัจจัยลบจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ความกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจไทย หลังสภาพัฒน์ ปรับประมาณการจีดีพีไทยสำหรับปี 2567 เหลือ2-3% จากเดิม 2.2-3.2% ความกังวลเกี่ยวกับประเด็นการเมืองภายในประเทศ
รวมถึงการคาดการณ์ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานาน หลังเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐฯ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการเดือนพ.ค. ยังออกมาดีกว่าคาด
ทั้งนี้ ปัจจัยลบข้างต้นกระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรในหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม นำโดย พลังงาน อสังหาริมทรัพย์และไฟแนนซ์
ในวันศุกร์ที่ 24 พ.ค. 2567 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,364.48 จุด ลดลง 1.32% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 41,150.43 ล้านบาท ลดลง 10.50% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.58% มาปิดที่ ระดับ 382.05 จุด
ส่องหุ้นสัปดาห์หน้า
สัปดาห์ถัดไป (27-31 พ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,350 และ 1,340 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,375 และ 1,385 จุด ตามลำดับ
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
- ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด
- ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2567 (Second Estimate) ยอดขายบ้านที่รอปิดการขาย รายได้/รายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนี PCE/Core PCE Price Index เดือนเม.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
- ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพ.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน กำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. และดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนพ.ค. ของจีน รวมถึงยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย.ของญี่ปุ่น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB