จับตาหุ้นไทย จับตา ประชุม กนง. สถานการณการเมือง เฟด และ BOJ ของญี่ปุ่น
จับตาหุ้นไทย สัปดาห์หน้าประชุม กนง. พิจารณาดอกเบี้ย หลังสัปดาห์ก่อนร่วงแตะจุดต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปีครึ่งระหว่างสัปดาห์
ศูนย์วิจัยกสิกร มองแนวโน้มตลาดหุ้นไทย สัปดาห์ถัดไป (10-14 มิ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยจำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,325 และ 1,310 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,345 และ 1,360 จุด ตามลำดับโดยโดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามได้แก่การประชุมเฟด (11-12 มิ.ย.) การประชุมกนง. (12 มิ.ย.) และทิศทางเงินทุนต่างชาติส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่สำคัญได้แก่ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพ.ค.
รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ การประชุม BOJ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2567 ของญี่ปุ่น ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน เม.ย. ของยูโรโซน ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน พ.ค.ของจีน
ดัชนีหุ้นไทยแตะจุดต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปีครึ่งก่อนจะฟื้นตัวกลับมาได้
ในช่วงระหว่างสัปดาห์ ดัชนีหุ้นไทยแตะจุดต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปีครึ่งก่อนจะฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งหุ้นไทยปรับตัวลงสวนทางกับภาพรวมของตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวขึ้น หลังเผชิญแรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยในวันศุกร์ที่7มิ.ย.2567 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ1,332.74 จุดลดลง 0.96%จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน
ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของประเด็นการเมืองในประเทศ ซึ่งอาจมีผลกระทบทำให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศล่าช้า ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดแรงเทขายทำกำไรในหุ้นหลายกลุ่มอุตสาหกรรม นำโดยพลังงาน ไฟแนนซ์ แบงก์และอสังหาริมทรัพย์
อย่างไรก็ดี หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวสวนทางภาพรวมเพราะมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
ทั้งนี้ หุ้นไทยแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี 6 เดือนที่ 1,325.71 จุดในระหว่างสัปดาห์ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท สัปดาห์ถัดไป(10-14 มิ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 36.20-36.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ค่าบาทสัปดาห์หน้ากรอบการเคลื่อนไหว 36.20-36.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ในส่วนของความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท สัปดาห์ถัดไป (10-14 มิ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 36.20-36.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามได้แก่ผลการประชุมนโยบายการเงินตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ dot plot ของเฟด (11-12 มิ.ย.) ผลการประชุม กนง.และสัญญาณดอกเบี้ยของไทย(12 มิ.ย.) และผลการประชุม BOJ (13-14 มิ.ย.) ตลอดจนทิศทางเงินทุนต่างชาติขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน พ.ค.ของจีน และสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. ของสหรัฐฯ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB