หุ้นไทยภาคเช้า รีบาวด์ผ่าน 1,300 จุด ปิดบวก 12.02 จุด
ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 17 มิ.ย.2567 ปิดการซื้อขาย โดย หุ้นไทยภาคเช้ารีบาวด์กลับขึ้นมายืนผ่าน 1,300 จุด หลังก่อนหน้านี้ "ร่วงลงแรง"
บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุน วันที่ 18 มิ.ย.2567 ดัชนีหุ้นไทยมีแรงกดดันจากการเมืองภายในประเทศและความกังวลนโยบายการเงินตึงตัวของเฟด หากแต่ถูกพยุงด้วยหุ้นที่มีปัจจัย/แรงหนุนเฉพาะตัวและการเรียกความเชื่อมั่นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ทั้งนี้มองการเมืองไทยยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญโดยวันนี้ติดตาม
- คดียุบพรรคก้าวไกล
- คดีสว. 40 คนยื่นถอดถอนนายกฯ
- คดีมาตรา 112 ของนายทักษิณ ชินวัตร
- การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่
โดยให้น้ำหนักกับคดีของนายเศรษฐา ทวีสิน หากยังไม่มีการพิจาณาชี้ขาดในวันนี้ก็จะยังคงเป็น Overhang กดดันต่อไป ท่ามกลางความกังวลเสถียรภาพของการเมืองและความต่อเนื่องของงบประมาณภาครัฐที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อีกทั้งความกังวลข้างต้นยังกดดันให้ FundFlow ไหลออกต่อเนื่อง สอดรับกับนักลงทุนต่างชาติที่ขายสุทธิ 18 วันทำการติดต่อกัน
นอกจากนี้ คาดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงจะถูกกดดันจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี ที่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.3% หลังนายนีล แคชแครี ปธ.เฟด มินนีแอโพลิส เผยว่า เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่เจ้าหน้าที่เฟดจะคาดว่า FOMC จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน ธ.ค.67
อย่างไรก็ตาม มองทางลงจำกัดโดยคาดว่าจะได้แรงพยุงจากการเข้าสะสมหุ้นที่ถูกประกาศเข้า SET50/100 รอบไตรมาส 2/2567และ FTSERebalance ที่มีแนวโน้มผลประกอบการดี อีกทั้งติดตามตลาดหลักทรัพย์แห่งประทศไทย แถลงความคืบหน้าของการดำเนินการมาตรการยกระดับความเชื่อมั่นในวันนี้
รวมถึงการแถลงทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการเพิ่ม UptickRule รายหลักทรัพย์ที่จะมาใช้แทน Zero-plusTick ที่จะเริ่มใช้มาตรการวันที่ 1 ก.ค.67 ซึ่งอาจเป็น Sentiment ทางบวกต่อ SETIndex
ขณะที่ด้านตัวเลขเศรษฐกิจ เดือนพ.ค.67 ติดตาม
1. CPIของยูโรโซนตลาดคาดขยายตัว 2.6%y-yและ 0.2%m-mจาก 2.4%y-yและ 0.6%m-mในเดือนเม.ย.67
2. ยอดค้าปลีกและการผลิตในภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ซึ่งตลาดคาดเท่ากันที่ 0.3% m-m หลังทั้งสองรายการอยู่ที่0.0%m-m ในเดือนเม.ย.67
สำหรับปัจจัยลบ
- นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ดดิจิทัลวอลเลตว่า นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้กระทรวงพาณิชย์กลับไปทบทวนเรื่องสินค้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้านำเข้า เช่น สมาร์ทโฟน และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ข้อสรุปว่าสินค้าดังกล่าวสามารถเข้าร่วมโครงการได้
- การท่องเที่ยวขาออกของจีนที่ฟื้นตัวอย่างเชื่องช้าจากการแพร่ระบาดของโควิดนั้นกำลังส่งผลกระทบต่อบริษัทท่องเที่ยว โรงแรมและบริษัทค้าปลีกทั่วโลกเนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวจีนถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสายการบิน
- เลขาธิการนาโตเผยว่านาโตกำลังหารือกันเรื่องเอาอาวุธนิวเคลียร์จากคลังแสงออกมาเตรียมพร้อมใช้งานเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซียและจีน
ปัจจัยบวก
- SMEDBank ร่วมทัพมอบบริการ “เติมทุนคู่พัฒนา” ในงาน “เปิดกล่องของขวัญเพื่อ SMEปี 2567” จัดโดยส.อ.ท. เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกของ ส.อ.ท. และผู้ประกอบการ SMEเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่เตรียมไว้รองรับวงเงินรวมมากว่า 20,000 ล้านบาท
- คาดหุ้นในกลุ่มพลังงานต้น-กลางน้ำจะได้ Sentiment หนุนจากราคาน้ามันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น 2.4% ปิดที่ 80.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.67 ท่ามกลางมุมมองบวกเกี่ยวกับแนวโน้มอุปสงค์น้ามันในตลาดโลก กอปรกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ยืนยันว่า OPEC+ สามารถระงับหรือยกเลิกการเพิ่มกาลังการผลิตเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมัน
กลยุทธ์การลงทุน
- Globalplay:AMATAV,DELTA,PTTEP,SAPPE,STA,TFG
- FTSE Rebalance: BH
- SET50/100: BA, ITC, PRM 4)Defensive:ADVANC,TTW5) Uptick Rule: AOT, BEM, HANA, SPRC, TOP และ 6) Short-sell: COM7, ORI, SAWAD จะไปต่อ หรือพอแค่นี้
อย่างไรก็ตาม หุ้นไทยปิดภาคเช้าที่ 1,308.61 จุด บวก 12.02 จุด มูลค่าการซื้อขาย 18,987.03 ล้านบาท
วิเคราะห์บอล! ยูโร 2024 โปรตุเกส พบ เช็ก 18 มิ.ย.67
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB