หุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวกรอบแคบ หลังบวกติดต่อกัน 4 วัน
กสิกรไทย มอง SET แกว่งกรอบแคบหลังบวก 4 วันติด กรอบ 1,325 – 1,345 จุด กนง.คงอัตราดอกเบี้ย 2.5% กระแสข่าวเงินดิจิทัลแจกเป็นเงินสด หุ้นแนะนำ CPAXT, BBL
บริษัท หลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์ดัชนีหุ้นวันนี้ (22 ส.ค. 67) SET Index แกว่งตัวในกรอบ 1,325-1,345 จุด คาดแกว่งตัวในกรอบแคบหลังบวกติดต่อกัน 4 วัน
ปัจจัยต่างประเทศ : ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับ 5,620.85 จุด เพิ่มขึ้น 0.42% ใกล้เคียงกับจุดสูงสุดเดิม จากการเปิดเผยบันทึกการประชุมเฟดเดือน ก.ค. เสียงส่วนใหญ่มองหากเงินเฟ้อชะลอตัวลงอาจเหมาะสมที่จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป ขณะที่การจ้างงานปรับลดลง 818,000 ตำแหน่งในเดือน มี.ค. แสดงให้เห็นถึงตลาดแรงงานอ่อนแอลงมากกว่าคาด
ปัจจัยภายในประเทศ : กนง.มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 6 ต่อ 1 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.50% ต่อปี ซึ่งอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจที่โน้มเข้าสู่ศักยภาพ รวมถึงกระแสข่าวรัฐบาลใหม่เดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เล็งแจกเป็นเงินสดให้กับกลุ่มเปราะบางก่อน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดงาน "Thailand Focus 2024” 28-30 ส.ค.67 ที่โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ ให้เล่นหุ้นที่ได้ประโยชน์หากนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตที่อาจจะแจกเป็นเงินสด เช่น หุ้น CPAXT และหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ อย่าง BBL ที่ กนง.คงอัตราดอกเบี้ย และเม็ดเงินต่างชาติที่กลับเข้าลงทุนหุ้นไทย
โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม 1.22 แสนล้าน รองรับ "ดิจิทัลวอลเล็ต"
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน :
- กนง. มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.50% ต่อปี ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ โดย 1 เสียง เห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน ยังอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจที่โน้มเข้าสู่ศักยภาพ และการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงิน จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ อย่างไรก็ตามต้องติดตามผลกระทบของคุณภาพสินเชื่อที่ด้อยลงต่อภาวะการเงิน และเศรษฐกิจโดยรวม
- นสพ. ฐานเศรษฐกิจรายงานว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท บรรจุในนโยบายรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แจกเงินสด-โอนเงินเข้าบัญชี กลุ่มเปราะบาง ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคน แหล่งข่าวจาก สส.แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ยืนยันกับฐานเศรษฐกิจว่านโยบายใหม่ของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนที่ 31 ที่จะแถลงต่อรัฐสภาจะบรรจุโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ไว้ในนโยบายแน่นอนและที่ชัดเจนแล้วคือการแจกเป็นเงินสด
- ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดงาน "Thailand Focus 2024 : Adapting to a Changing World" ตอกย้ำความพร้อมและศักยภาพบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และเศรษฐกิจไทย ภายใต้ความท้าทายของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ตลาดเงิน ตลาดทุน ร่วมให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนสถาบันต่างชาติ โดยปีนี้จะมี บจ.กว่า 113 บริษัทนำเสนอข้อมูลการดำเนินธุรกิจแก่ผู้ลงทุนสถาบัน ระหว่าง 28-30 ส.ค. 67 ที่โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก
- บันทึกการประชุมเฟดเดือน ก.ค. เปิดเผยว่า เผยว่า "เสียงส่วนใหญ่" ของผู้กำหนดนโยบายเห็นว่าหากเงินเฟ้อชะลดตัวลงเป็นไปตามที่คาดไว้ อาจเหมาะสมที่จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป โดยมีการระบุว่าหากข้อมูลเศรษฐกิจยังคงออกมาเป็นไปตามที่คาด การผ่อนคลายนโยบายการเงินในการประชุมครั้งหน้าจะมีความเหมาะสม
- รายงานจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (Bureau of Labor Statistics) เผยว่าในเดือนมีนาคม 2024 มีจำนวนการจ้างงานที่น้อยกว่าที่รายงานไว้ในตอนแรกถึง 818,000 ตำแหน่ง บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานอาจมีการชะลอตัวมาก่อนหน้านี้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อุตสาหกรรมมืออาชีพและบริการด้านธุรกิจมีการปรับลดลงถึง 358,000 ตำแหน่ง ขณะที่อุตสาหกรรมการการท่องเที่ยวและพักผ่อนมีการปรับลดลง 150,000 ตำแหน่ง
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick :
- CPAXT : ราคาพื้นฐานที่ 38 บาท
มองเป็นบวกหลังมีข่าวรัฐบาลจะดำเนินนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเป็นการแจกเงินสดให้กลุ่มเปราะบางก่อน คาดประชาชนใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค โดย CPAXT ได้รับประโยชน์ทางอ้อมผ่านร้านค้าปลีกที่มาซื้อสินค้า ขณะที่บริษัท รายงานกำไรไตรมาส 2/67 ที่ 2.2 พันล้านบาท (+43.5%YoY, -12.3%QoQ)
- BBL : ราคาพื้นฐาน 148 บาท
คาดว่าธนาคารขนาดใหญ่ได้รับประโยชน์จากการที่ กนง. คงอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM – Net Interest Margin) จะสามารถทรงตัวในระดับสูงได้ต่อ รวมถึงค่าเงินบาทแข็งค่า เรามองเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจช่วยดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติให้กลับมาลงทุนในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ (Big cap) อย่างกลุ่มธนาคาร
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันพฤหัสฯ ติดตามตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของโซนยุโรป (HCOB Manufacturing PMI Flash) เดือน ส.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 45.8 จุด ต่อด้วยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (HCOB Service PMI Flash) ) เดือน ส.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 51.9 จุด และปิดท้ายด้วยรายงานจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.27 แสนตำแหน่ง
- วันศุกร์ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่นเดือน ก.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +2.7% YoY ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ +2.8% YoY และตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน ตลาดคาดการณ์ที่ +2.7% YoY ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ +2.6% YoY
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB