เงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 13 เดือน หุ้นไทยปิดบวกสัปดาห์ที่ 2
เช็กความเคลื่อนไหวการลงทุนสัปดาห์หน้า หลังเงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 13 เดือนขณะที่หุ้นไทยปิดบวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2
ทันที่ นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้กล่าวสุนทรพจน์ประจำปีนี้ ที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง โดยส่งสัญญาถึงการลดอัตราดอกเบี้ยสหรัฐลงในปีนี้ผลทำให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง พันธบัตรสหรัฐร่วงลง ทำให้เงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นอีก 33.93 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (24 ส.ค.2567)
โดยตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 13 เดือนที่ 34.07บาทต่อดอลลาร์ฯ
ก่อนจะพลิกกลับมาอ่อนค่าจากแรงหนุนจากตัวเลขจีดีพีของไทยที่ขยายตัวดีกว่าที่คาดและช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์หลังจาก กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยไว้ที่ 2.50%
กรอบสัปดาห์หน้า 34.00-34.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ทั้งนี้ สัปดาห์ถัดไป (26-30ส.ค.2567) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 34.00-34.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สัญญาณเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ตัวเลขการส่งออกและรายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือน ก.ค. ของไทย รวมถึงสถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลก
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนยอดขายบ้านที่รอปิดการขายและอัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนีราคา PCE และCore PCE เดือนก.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์จากมุมมองของผู้บริโภคเดือน ส.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2567 (Prelim.)และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามตัวเลขกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ค. ของจีนด้วยเช่นกัน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
หุ้นไทยดีดตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์
หุ้นไทยดีดตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์โดยมีปัจจัยหนุนหลักๆมาจากรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2567 ของไทยที่ขยายตัวได้ 2.3%YoYซึ่งดีกว่าตลาดคาดการณ์ ประกอบกับนักลงทุนคลายความกังวลบางส่วนต่อประเด็นการเมืองในประเทศ และกลับมาคาดหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดใหม่
โดยประเด็นดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อหุ้นในทุกอุตสาหกรรมโดยเฉพาะกลุ่มไฟแนนซ์ แบงก์และค้าปลีก นอกจากนี้หุ้นไทยยังมีแรงหนุนจากการคาดการณ์เรื่องการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดด้วยเช่นกัน
ประเมินสัปดาห์หน้า จับตาตัวเลขส่งออกเดือน ก.ค.
สัปดาห์ถัดไป (26-30ส.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่1,340 และ1,330จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,365 และ1,375 จุดตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือน ก.ค.ของไทย ประเด็นการเมืองในประเทศ และทิศทางเงินทุนต่างชาติส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนรายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล และดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือน ก.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2567 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆได้แก่ กำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ค.ของจีน ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ส.ค.ของยูโรโซน รวมถึงยอดค้าปลีกเดือน ก.ค. ของญี่ปุ่น
ที่มา : Settread
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB