จากอุตสาหกรรมที่เมื่อไม่กี่ปีก่อนยังอยู่ในช่วงประกาศแผนลงทุน วันนี้ Data Center กลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างเต็มตัว ท่ามกลางการขยายตัวของบริการ Cloud และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ผลักดันความต้องการกำลังประมวลผลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ระบุว่า ระหว่างปี 2567-2569 ประเทศไทยมีโครงการ Data Center ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้ว 42 โครงการ มูลค่าประมาณ 750,000 ล้านบาท และมีกำลังประมวลผลหรือ IT Load รวมประมาณ 3,400 เมกะวัตต์
AFP/DAMIEN MEYERส่วนหนึ่งของ Data Center ของบริษัท SFR ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือจากฝรั่งเศส
BOI เองยอมรับว่า การขยายตัวอย่างรวดเร็วของ Data Center นำมาซึ่งข้อกังวลเรื่องปริมาณการใช้ไฟฟ้าและน้ำ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ จนนำไปสู่การปรับหลักเกณฑ์และเพิ่มความเข้มข้นในการคัดกรองโครงการมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากการเติบโตของ Data Center และ AI ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย แต่กำลังเป็นโจทย์ร่วมของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลก
ข้อมูลล่าสุดจาก Google Environmental Report 2026 ซึ่งรายงานผลการดำเนินงานในปี 2025 ระบุว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Google เพิ่มขึ้นถึง 37% ภายในปีเดียว ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของโหลดสูงที่สุดที่บริษัทเคยเผชิญ ส่วนหนึ่งสัมพันธ์กับการเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ AI
Magnific/Creative_Picasoวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หากไทยปักหมุดศูนย์กลาง Data Center โจทย์ใหญ่ท้าทายรัฐบาล
แม้ Google จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานลงได้ประมาณ 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และทำสัญญาจัดหาพลังงานสะอาดใหม่มากกว่า 12 กิกะวัตต์ แต่บริษัทยอมรับว่า การขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังเกิดขึ้นเร็วกว่าการลดคาร์บอนของระบบโครงข่ายไฟฟ้า ขณะที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากห่วงโซ่อุปทานเพิ่มขึ้น 25% ในปีเดียว
นอกจากนี้ “น้ำ” ก็เป็นอีกหนึ่งทรัพยากรที่ถูกจับตามอง โดยในปี 2025 Google ระบุว่าโครงการบริหารจัดการน้ำของบริษัทสามารถเติมคืนหรือฟื้นฟูน้ำได้ประมาณ 7.7 พันล้านแกลลอน หรือคิดเป็นประมาณ 78% ของการใช้น้ำจืดทั้งหมดของบริษัท สะท้อนว่าการบริหารจัดการน้ำกำลังกลายเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของการขยาย Data Center ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดว่า ความร้อนจากเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาโดยตรง แต่การประมวลผลที่เพิ่มขึ้นทำให้ Data Center ต้องการไฟฟ้าและพลังงานสำหรับระบบทำความเย็นมากขึ้น ดังนั้นผลกระทบด้านคาร์บอนจึงขึ้นอยู่กับแหล่งผลิตไฟฟ้าที่นำมาใช้ รวมถึงการผลิตอุปกรณ์ การก่อสร้างและห่วงโซ่อุปทานด้วย
เมื่อเป็นเช่นนี้ คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า Data Center จะสร้างเม็ดเงินลงทุนให้ประเทศไทยมากเพียงใด แต่ยังต้องถามว่า ประเทศไทยมีไฟฟ้า น้ำ และระบบกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมเพียงพอที่จะรองรับอุตสาหกรรมนี้หรือไม่
ผลกระทบ Data Center ต่อสิ่งแวดล้อม
ปฏิเสธไม่ได้ว่า Data Center กับการเข้ามาของ AI จะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นความเห็นของ ดร.ครรชิต รองไชย ผู้ก่อตั้ง AI and Sustainability Laboratory และผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น
ดร.ครรชิต มองว่า Data Center มีแผนที่จะถูกนำมาใช้เป็นฐานในการพัฒนาโมเดล AI มากขึ้น โดยเฉพาะ Generative AI เช่น ChatGPT หรือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ต่าง ๆ (LLM) เพราะเป็นโมเดล AI ที่ได้รับความนิยม
เมื่อความต้องการใช้ Data Center มีเพิ่มมากขึ้น ย่อมส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานเพื่อรองรับเทคโนโลยีดังกล่าวมีสูงขึ้นตามไปด้วย และอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหลายด้าน หากรัฐไม่มีการควบคุมหรือแผนงานที่ชัดเจน
ดร.ครรชิต มองว่า Data Center ต้องใช้ไฟฟ้าในปริมาณมหาศาล ถึงแม้ว่าจะมีทางเลือกเกี่ยวกับพลังงานทดแทน แต่ในสภาพความเป็นจริง อาจเกิดผลกระทบทางด้าน "พลังงาน" ขึ้นได้ ปัจจัยหนึ่งมาจากพลังงานทดแทนที่มีอยู่อย่างจำกัดเฉพาะช่วงเวลา อาจไม่ตอบโจทย์การทำงานของ Data Center ที่ต้องการความเสถียร และจำเป็นต้องใช้พลังงานหล่อเลี้ยงตลอด 24 ชั่วโมง ประเด็นเรื่องของการบริหารจัดการพลังงานจึงเป็นปัจจัยสำคัญ
เช่นเดียวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรน้ำ เพราะการทำงานของ Data Center ต้องปลดปล่อยความร้อนออกมาในปริมาณมาก จำเป็นต้องใช้น้ำเข้ามาช่วยในการหล่อเย็น และน้ำที่ผ่านกระบวนการหล่อเย็น จะกลายเป็นน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน หากถูกนำไปทิ้งในแหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรง ย่อมส่งผลกระทบถึงคุณภาพน้ำ สุ่มเสี่ยงที่จะทำลายระบบนิเวศบริเวณนั้นได้
AFP/OVHcloudตัวอย่าง Data Center ของ "OVHcloud" ผู้ให้บริการคลาวด์สัญชาติฝรั่งเศส ที่ตั้งอยู่ในเมือง Beauharnois รัฐควิเบก ประเทศแคนาดา
หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ "การชดเชย" คือทางออก
แม้ผลกระทบที่เกิดจากการจัดตั้ง Data Center จะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่รัฐบาลสามารถชดเชยผ่านนโยบายที่ช่วยลดปัญหาจากผลกระทบเหล่านี้ได้ โดย "ดร.ครรชิต" ระบุว่า ต้องย้อนดูและแก้ไขตรงที่มาของปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจาก Data Center เป็นหลัก นั่นคือ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงเพื่อแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้ามาหล่อเลี้ยงการทำงาน
"ดร.ครรชิต"เสนอว่า รัฐบาลอาจหาพลังงานทดแทนเข้ามาใช้ใน Data Center บ้าง เช่น อาศัยพลังงานแสงอาทิตย์จาก Solar Cell ซึ่งก็ต้องมาดูว่าแต่ละพื้นที่จะใช้ Solar Cell จำนวนเท่าไร ให้พลังงานเท่าไร คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ทั้งหมด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในการทำงานของ Data Center และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์