เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่หุ้นไทยปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทยตลอดสัปดาห์ และแนวโน้มสัปดาห์หน้า
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางสกุลเงินอื่นในเอเชียท่ามกลางการคาดการณ์ว่า เฟดจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเงินบาทอ่อนค่าผ่านแนว 33.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ (นับตั้งแต่ 11 ก.ย. 2567) ที่ระดับ 33.84 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สอดคล้องกับภาพการอ่อนค่าของสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชียและเงินหยวน หลังจากที่ธนาคารกลางจีนประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR ระยะ 1 ปี และ 5 ปีลง
ขณะที่เงินดอลลาร์ฯขยับแข็งค่าขึ้นตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นท่ามกลางการคาดการณ์ว่าเฟดจะทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับตลาดมีการปรับมุมมองบางส่วนในการเพิ่มโอกาสความเป็นไปได้ ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ อาจชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในครั้งนี้
นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับสถานะขายสุทธิพันธบัตรและหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติในระหว่างสัปดาห์สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่มีปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้น สำหรับเดือน ต.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ในวันศุกร์ที่ 25 ต.ค.2567 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.79 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.16 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (18 ต.ค. 67) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 21-25 ต.ค.2567 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 2,781 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 4,094 ล้านบาท (แบ่งเป็นขายสุทธิพันธบัตร4,084ล้านบาทและตราสารหนี้หมดอายุ10ล้านบาท)
แนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า
สัปดาห์ระหว่างวันที่ 28 ต.ค.-1 พ.ย. ธนาคารกสิกรไทย มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.50-34.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
- ตัวเลขการส่งออก/รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือน ก.ย. ของไทย
- ทิศทางเงินทุนต่างชาติและสกุลเงินเอเชีย
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่สำคัญ ได้แก่
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร
- อัตราการว่างงานและดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตเดือน ต.ค.
- มาตรวัดตลาดแรงงานจาก JOLTS
- ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย
- อัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE/Core PCE Price Indices เดือน ก.ย.
- ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2567
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามผลการเลือกตั้งทั่วไปญี่ปุ่น (27ต.ค.) ผลการประชุม BOJ (30-31ต.ค.) ดัชนีPMI เดือน ต.ค. ของจีนรวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2567 อัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค. ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย เผชิญแรงขายทำกำไร หลังปรับตัวขึ้นแรง2 สัปดาห์ติดต่อกัน
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
หุ้นไทยเผชิญแรงขายทำกำไร หลังปรับตัวขึ้นแรง 2 สัปดาห์ติดต่อกัน หุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบช่วงต้นสัปดาห์ก่อนจะปรับตัวลงในเวลาต่อมาตามแรงขายทำกำไร (หลังจากปรับตัวขึ้นค่อนข้างแรงในช่วงก่อนหน้านี้) โดยเฉพาะจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันในประเทศ
นอกจากนี้ การปรับตัวลงของหุ้นไทยในระหว่างสัปดาห์ยังสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศท่ามกลางการปรับมุมมองของตลาดที่ประเมินว่าเฟดจะไม่เร่งลดดอกเบี้ย ประกอบกับ ยังมีความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5 พ.ย. 2567 นี้ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี หุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 3/2567 เข้ามาหนุน ประเด็นดังกล่าวหนุนให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นสวนทางกับภาพรวมที่ปรับตัวลงถ้วนหน้า
สำหรับปริมาณการซื้อขายในสัปดาห์นี้ค่อนข้างเบาบาง เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาหนุน
ในวันศุกร์ที่ 25 ต.ค.2567 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ1,463.42 จุดลดลง 1.77% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 48,619.45 ล้านบาทลดลง 27.16% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.95% มาปิดที่ระดับ 337.11จุด
แนวโน้มหุ้นไทยสัปดาห์หน้า
สัปดาห์ถัดไป (28ต.ค.-1 พ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,450 และ 1,435จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,475 และ 1,490 จุด ตามลำดับ
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
- ผลประกอบการไตรมาส 3/2567 ของ บจ.ไทย
- ทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่
- ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2567
- การจ้างงานภาคเอกชนของ ADP
- ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร
- อัตราการว่างงานดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตเดือน ต.ค.
- รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล
- ดัชนี PCE/Core PCE Price Index เดือน ก.ย.
- รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2567 และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ต.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน การประชุม BOJ ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ต.ค. ของญี่ปุ่นจีนและอังกฤษ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB