CP ALL อวดรายได้ 9 เดือน 7.3 แสนล้าน ด้าน 7-Delivery หนุนยอดขาย Q3/67
CP ALL อวดรายได้ 9 เดือน 7.3 แสนล้าน ด้าน 7-Delivery หนุนยอดขาย Q3/67 มีสัดส่วนถึง 11%
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (CPALL) รายงานผลการดำเนินงาน งวดเก้าเดือนแรกปี 2567 บริษัทฯและบริษัทย่อย มีรายได้รวมจำนวน 730,233 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ที่เติบโตขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ และรายงานกำไรสุทธิจำนวน 18,167 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ (หลังปรับปรุงรายการ) จำนวนเท่ากับ 18,458 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 46.3
ขณะที่ ผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3 ปี 2567 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 5,608 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ (หลังปรับปรุงรายการ) จำนวนเท่ากับ 6,190 ล้านบาท
เฟส 2! รัฐเตรียมแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้ "กลุ่มผู้สูงวัย"
ในส่วนของไตรมาส 3 ปี 2567 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 107,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.8 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาสนี้มียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน เท่ากับ 81,781 บาท และยอดขายเฉลี่ยของร้านสาขาเดิมเพิ่มขึ้นเท่ากับร้อยละ 3.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดซื้อต่อบิลโดยประมาณ 84 บาท ในขณะที่จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 964 คน ทั้งนี้ลูกค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อน ซึ่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังคงใช้แผนกลยุทธ์ที่สอดรับกับสถานการณ์ตลอดเวลา
โดยนำเสนอสินค้าใหม่ๆ พร้อมกับโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ประกอบกับความพยายามในการเพิ่มรายได้จากการขายสินค้า ผ่านกลยุทธ์ O2O เช่น 7-Delivery และ All Online โดยมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 11 ของรายได้จากการ ขายสินค้ารวม
โดยสัดส่วนของรายได้จากการขาย ร้อยละ 76.3 มาจากสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และร้อยละ 23.7 มาจากสินค้าอุปโภค ซึ่งสัดส่วนรายได้ในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเปิดร้านสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 199 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2567 บริษัทฯ มีจำนวนร้านสาขาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 15,053 สาขา
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 2567 ยังขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน จากปัจจัยสนับสนุนหลักของภาคการส่งออกสินค้า ภาคการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายภาครัฐ แม้ว่าในไตรมาสนี้เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความกดดันจาก สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง การเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีไทย หรือแม้แต่อุทกภัยในทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศก็ตาม ทั้งนี้เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี โดยภาวะเงินเฟ้ออยู่ในระดับทรงตัว เงินบาทแข็งค่าขึ้นตามทิศทางค่าเงินในภูมิภาคจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่เข้มงวดในสหรัฐฯ ขณะที่อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับที่ทรงตัวเช่นกัน
และในไตรมาสนี้ ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการบริโภคภายในประเทศ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศ 8.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 21 อย่างไรก็ตามผู้บริโภคยังมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้นตามความกังวลในเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม ระดับหนี้ครัวเรือน ค่าครองชีพที่สูง และเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำ ในขณะที่รัฐบาลได้จัดทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 (เงินโอน 10,000 บาท) โดยทยอยโอนในช่วงปลายไตรมาสที่3 ซึ่งสนับสนุนให้การบริโภคภาคเอกชนในสินค้าทั่วไปปรับตัวดีขึ้นและคาดว่าจะต่อเนื่องในระยะต่อไป
สำหรับความเห็นโบรกเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4/2567 จะเติบโตโดยได้แรงหนุนจากช่วงไฮซีซั่นและแรงหนุนจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การแจกเงินหมื่น ภาคการท่องเที่ยวฟผื้นตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูล 9 เดือน ที่ยอดขายต่อสาขาในพื้นที่ท่องเที่ยว ราว 10% ของจำนวนสาขาทั้งหมดจะเติบโตดีกว่าค่าเฉลี่ยทั้งกลุ่ม
เบื้องต้นเราคงประมาณการปี 2567-2568 ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท (+29% YoY) และ 2.6 หมื่นล้านบาท (+12% YoY) ตามลำดับ คงคำแนะนำ “ซื้อ” อิงราคาเหมาะสมณ สิ้นปี 2568 ที่ 81.00 บาทต่อหุ้น ปัจจุบัน Valuation ไม่แพงหุ้นซื้อขายบน PER68 ที่ 22 เท่าใกล้เคียง -2SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี
สำหรับราคาหุ้น CPALL วันที่ 15 พ.ย.2567 เวลา 16.31 น. อยู่ที่ 64.00 บาทต่อหุ้น ปรับตัวลดลง -0.78%
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB