ตลาดหุ้นแกว่งในกรอบ รอดูเงินเฟ้อสหรัฐ-มาตรการแก้หนี้
InnovestX มองตลาดหุ้นแกว่งตัวผันผวนระหว่าง 1440-1460 จุด นักลงทุนรอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐคืนนี้ มีผลต่อการลดดอกเบี้ยเฟด ใน ปท.คาดออกมาตรการแก้หนี้
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) วิเคราะห์ตลาดหุ้นวันนี้ (11 ธ.ค. 67) คาด SET ยังแกว่งในกรอบระหว่าง 1440-1460 จุด โดยนักลงทุนในตลาดรอดูตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐในคืนนี้ ที่จะมีผลต่อการพิจารณาลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมสัปดาห์หน้าวันที่ 17-18 ธ.ค. ส่วนในประเทศติดตามประชุม ครม.คาดมีการออกมาตรการแก้หนี้ ด้านภาพรวมแนวโน้มราคายังมองมีสัญญาณที่ดี โดยจุดติดตามอยู่ที่ 1460 จุด หากขึ้นทะลุผ่านได้ จะเป็นสัญญาณบวกต่อ
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน โดยมีแนวรับที่บริเวณ 1440-1450 จุด ทั้งนี้ Upside ของตลาดคาดอยู่ที่มาตรการแก้หนี้ครัวเรือนและช่วยเหลือเกษตรกรของไทยรวมทั้งเงินเฟ้อของสหรัฐ โดยปัจจัยในประเทศยังค่อนข้างจำกัดแต่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐและจีน รวมทั้งท่าทีของ ECB น่าจะมีผลต่อแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยในระยะถัดไป โดยตลาดคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐจะมีแนวโน้มทรงตัว ส่วนการประชุมนโยบายการเงินของ ECB คาดมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม ขณะที่ยังต้องติดตามนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
คนไทยค้นหาอะไรบน Google มากที่สุดในปี 2024 ?
Daily top picks
AOT : มองกำไรมีแนวโน้มเติบโตสดใสตามจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยปี FY2568 คาดกำไรเติบโต 18%YoY อิงจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ 84 ล้านคน เติบโต 15%YoY ซึ่ง 1QFY68 คาดกำไรเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากเข้าสู่ High Season ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ทั้งนี้วันนี้แนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรราคาไม่เกิน 60 บาท
CPALL : 4Q67 คาดเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ โดยเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากเข้าสู่ High Season และยอดขายสาขาเดิมยังเติบโตแข็งแกร่ง อีกทั้งมาร์จิ้นยังกว้างขึ้นต่อเนื่องจากกมียอดขายสินค้ามาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้น ขณะที่มาตรการกระตุ้น ศก.เพิ่มเติมของรัฐบาลและการปรับลดดอกเบี้ยจะเพิ่ม Upside ให้กับประมาณการ
ประเด็นสำคัญ
- วันนี้ติดตาม ครม.พิจารณามาตรการแก้หนี้ NPL 3 กลุ่ม (หนี้บ้าน-รถ-SMEs) พักจ่าย ดบ. 3 ปี ลดเงินส่ง FIDF 50% ส่วน รมว.คลัง-ธปท.-สถาบันการเงินจะแถลงมาตรการแก้หนี้โครงการ "คุณสู้ เราช่วย"
- ตลท.เผยหลักทรัพย์เข้า-ออกดัชนี FTSE SET Index Series รอบทบทวน มีผล 23 ธ.ค. 67 โดย Large Cap Index นำ MINT เข้าคำนวณ (EA นำออก) ส่วน Mid Cap Index นำ CCET และ EA เข้าคำนวณ
- สสว.เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SMEs ต.ค. 67 อยู่ที่ 52.2 เพิ่มจากเดือนก่อนหน้าที่ 49.6 กลับสู่ระดับความเชื่อมั่นในรอบ 3 เดือน ผลจากมาตรการกระตุ้น ศก. แจกเงินหมื่น และเริ่มเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยว
- กกร.ยื่นหนังสือต่อนายกฯ ค้านขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 400บ. ทั่ว ปท. เหตุไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ศก. ทำให้เกิดการเลิกจ้างและลดการจ้างงาน กระทบต่อความสมดุลอัตราการว่างงานของ ปท.
- สบน.เตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนในปีหน้าอีก 1 แสนลบ. เพื่อนำไปชดเชยการขาดดุลงบฯ ของรัฐบาล หลังจาก พ.ย. 67 ได้ออกพันธบัตรไปวงเงิน 3 หมื่นลบ. ในอัตราดอกเบี้ย 2.7%
- กรมการเมืองแห่ง คกก. กลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ระบุว่าจีนจะใช้มาตรการการคลังเชิงรุกมากขึ้น รวมทั้งใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในปีหน้าเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายใน ปท.
- การโค่นอำนาจ ปธน.บาชาร์ อัล-อัสซาดของซีเรีย ส่งสัญญาณความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีผลต่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น โดยเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านไปยังซีเรียได้เปลี่ยนเส้นทางกลับในทะเลแดง
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน โดยปัจจัยในประเทศยังค่อนข้างจำกัด ขณะที่ยังต้องติดตามนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และ 1 ธีมเทรดดิ้งระยะสั้น ดังนี้
- หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคและท่องเที่ยว แนะนำ กลุ่มพาณิชย์ CPALL CPAXT CRC HMPRO TNP และกลุ่มท่องเที่ยว AWC AOT MINT
- หุ้น Earnings Play ซึ่งมองมีโมเมนตัมกำไร 4Q67 จะเติบโตดี YoY และ QoQ อีกทั้งเราแนะนำ Outperform เลือก GULF OSP AMATA AU TIDLOR BCP
- หุ้นที่จ่ายปันผลสูงและคาดได้อานิสงส์จากการเป็นเป้าหมายสะสมของกองทุนวายุภักษ์และกองทุนที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีช่วงปลายปี อาทิ SSF RMF และ THAIESG แนะนำหุ้น SET100 ที่คาดให้ Dividend Yield ขั้นต่ำปีละ 3.5% และมี ESG Rating สูงตั้งแต่ระดับ AA-AAA และ CG ระดับ 5 ดาว อีกทั้งมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตได้ในปี 2025 เลือก BBL ADVANC HMPRO
- Trading Idea : นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงอาจเก็งกำไรหุ้นที่ Laggard ซึ่งมีเทคนิคมีแนวโน้มฟื้นตัว อาทิ BEM BDMS MINT AP/หุ้นที่คาดมีโอกาสเข้าคำนวณ SET50 ในงวด 1H68 อาทิ BANPU, CCET, COM7/หุ้นที่ได้อานิสงส์บวกจากสถานการณ์น้ำท่วมใต้ แนะนำ HMPRO CPALL และ TASCO ขณะที่ระมัดระวังการลงทุนสำหรับหุ้นกลุ่มยานยนต์ และกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่โมเมนตัมกำไร 4Q67 ยังอ่อนแอ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB