เฟดหั่นดอกเบี้ยลง 0.25% ส่งท้ายปี คาดปี 2025 ลดดอกเบี้ยน้อย
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศลดดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ของปี ลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ลงมาอยู่ที่ระดับ 4.25-4.50% ต่ำสุดในรอบ 2 ปี
เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ซึ่งถือเป็นการปรับลดครั้งที่ 3 ของปี 2024 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ในระดับ 4.25%-4.50% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี
การตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ใช่มติเอกฉันท์ แต่เป็นความพยายามที่จะลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เพื่อรักษาสุขภาพของตลาดแรงงาน
ประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ กล่าวว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุดนี้ถือเป็น “สัญญาณที่ใกล้เคียงความจริง” โดยเสริมว่าตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดเป็น “ปัจจัยเดียวที่สำคัญที่สุด” ที่เจ้าหน้าที่คำนึงถึงในระหว่างการประชุม
เบธ แฮมแม็ก ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ เป็นคนเดียวที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจครั้งนี้ โดยเลือกที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบัน
เฟดส่งสัญญาณในแถลงการณ์นโยบายว่า มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในอนาคต เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางอย่างชัดเจน เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังพิสูจน์ให้เห็นถึงความยืดหยุ่นอย่างน่าทึ่งเมื่อเผชิญกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ทำให้เฟดมั่นใจว่าสามารถยืนหยัดได้โดยไม่เสี่ยงต่อความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ไม่จำเป็น
การคาดการณ์โดยรวมบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่เฟดคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีหน้าจะคึกคัก โดยไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย พวกเขาคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะบรรลุเป้าหมายในระยะเวลาที่ยาวนานกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยจะไม่แตะ 2% จนกว่าจะถึงปี 2027
“เบี้ยผู้สูงอายุ 2568” เช็กวันโอนเข้าบัญชี และอัตราการจ่ายเบี้ยตามเกณฑ์อายุ
พาวเวลล์กล่าวชื่นชมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในการแถลงข่าวหลังการประชุม โดยกล่าวว่า ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจเป็นเรื่องเด่นของปีนี้ และยืนยันถึงความเป็นไปได้ที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าจะน้อยลงตามที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดเกิดภาวะผันผวน โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 1,000 จุด
นักลงทุนบางส่วนมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งในปีหน้า ซึ่งอาจเกิดจากนโยบายของว่าที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่สัญญาว่าจะขยายเวลาลดหย่อนภาษีและลดกฎระเบียบต่าง ๆ ซึ่งนโยบายเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการเติบโตหากมีการประกาศใช้
อย่างไรก็ตาม การคุกคามของทรัมป์ที่จะเก็บภาษีสินค้าจากเม็กซิโก แคนาดา และจีนเป็นจำนวนมาก อาจทำให้เศรษฐกิจที่เฟดเผชิญมาจนถึงตอนนี้ชะงักงัน เนื่องจากคาดว่าภาษีศุลกากรที่ทรัมป์กำหนดขึ้นจะกระตุ้นให้เกิดเงินเฟ้อ
คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีหน้าจะยังคงแข็งแกร่ง โดยอิงตามการประมาณการของเฟดเองและของนักเศรษฐศาสตร์คนอื่น ๆ
ทรัมป์ได้เสนอแผนงานที่จะเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ เช่น ภาษีศุลกากรที่สูงและการเนรเทศจำนวนมาก แต่โดยทั่วไปแล้ว แผนงานเหล่านี้จะต้องใช้เวลาในการส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม หากได้รับการลงนามเป็นกฎหมาย
แต่ในตอนนี้ เฟดมองว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะแข็งแกร่งพร้อมกับแรงกดดันด้านราคาที่เข้มข้นในปี 2025
“ผมคิดว่าการลดอัตราดอกเบี้ยที่ช้าลงในปีหน้าสะท้อนให้เห็นทั้งอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในปีนี้และการคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้น” พาวเวลล์กล่าว
เรียบเรียงจาก CNN
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB