ภาพรวมเปิดศักราชปี 2568 "บาทอ่อน-หุ้นดิ่ง" หลุดแนว 1,400 จุด
ภาพรวมเปิดศักราชปี 2568 "บาทอ่อน-หุ้นดิ่ง" หลุดแนว 1,400 จุดในสัปดาห์แรกของปี จากประเด็น Global Minimum Tax
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ได้แรงหนุนจากการคาดการณ์เรื่องดอกเบี้ยเฟดและผลกระทบจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเงินบาทปรับตัวในกรอบแคบๆ ช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนจะพลิกอ่อนค่ากลับมาตามทิศทางการอ่อนค่าของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคและเงินหยวน ซึ่งเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากนโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนถัดไปของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากข้อมูลด้านตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ซึ่งสนับสนุนการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการชะลอจังหวะการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์ไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ที่ 34.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ สอดคล้องกับสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ในวันศุกร์ที่ 3 ม.ค. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 34.42 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 34.11 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า(27ธ.ค.2567) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 25 –3 ม.ค. 2568 นั้นนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 1,140 ล้านบาทและ 7,861 ล้านบาทตามลำดับ
สัปดาห์ระหว่างวันที่ 6-10 ม.ค. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.90-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
ตลาดหุ้นไทยร่วงหลุดแนว 1,400 จุดในสัปดาห์แรกของปี จากประเด็น Global Minimum Tax ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ซึ่งเป็นวันทำการสุดท้ายของปี 2567 ขณะที่ นักลงทุนบางส่วนชะลอการลงทุนก่อนวันหยุดปีใหม่เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นตลาด (ณ 30 ธ.ค.2567 SET Index ปิดที่ระดับ 1,400.21 จุด ลดลง 1.10% จากระดับปิด ณ สิ้นปี 2567)
ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงต่อเนื่องหลังตลาดกลับมาเปิดทำการวันแรกของปี 2568 ท่ามกลางแรงขายโดยเฉพาะในหุ้นบิ๊กแคปรายตัวของบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และบริษัทผู้ประกอบธุรกิจด้านพลังงานจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลก (Global Minimum Tax) ที่ระดับ 15% ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากแรงซื้อคืนหุ้นที่ร่วงลงแรงก่อนหน้านี้ อนึ่งหุ้นกลุ่มแบงก์ปรับตัวขึ้นสวนทางภาพรวมตลาดท่ามกลางแรงซื้อเก็งกำไรก่อนประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/25
ในวันศุกร์ที่ 3 ม.ค.2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,384.76 จุด ลดลง 1.19% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 32,833.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.56% จากสัปดาห์ก่อนส่วนดัชนี mai ลดลง 0.8 % มาปิดที่ระดับ 30.41จุด
สัปดาห์ถัดไป (6 ม.ค. -10ม.ค.2568) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,375 และ 1,360 จุด
ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,400 และ 1,410 จุดตามลำดับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. ของไทย และสัญญาณเงินทุนต่างชาติทิศทางเงินหยวน และราคาทองคำในตลาดโลก
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่
- ดัชนี PMI/ISM ภาคบริการตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนรายงานโดย ADP ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร
- อัตราการว่างงานเดือน ธ.ค.2567
- ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงานเดือน พ.ย.2567
- บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 1 -18 ธ.ค. 2567
- จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามตัวเลขดัชนี PMI ภาคบริการเดือน ธ.ค.2567 ของจีนยูโรโซนและอังกฤษ อัตราเงินเฟ้อเดือน ธ.ค.25 ของยูโรโซน รวมถึงสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยเช่นกัน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB