เชื่อมั่นนักลงทุนปรับลงสู่เกณฑ์ “ซบเซา” หวังเงินทุนไหลเข้า
สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนปรับลงสู่เกณฑ์ “ซบเซา” ความขัดแย้งระหว่างประเทศ,นำเข้า-ส่งออกฉุด หวังเศรษฐกิจฟื้นตัว-เงินทุนไหลเข้า
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยผลสำรวจเดือน ธ.ค. 67 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับลงมาอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” ที่ระดับ 78.52 นักลงทุนมองว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือการไหลเข้าของเงินทุน และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ การนำเข้าส่งออกสินค้า และสถานการณ์เงินเฟ้อ
ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (มี.ค. 68) อยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” (ช่วงค่าดัชนี 40-79) ที่ระดับ 78.52
ความเชื่อมั่นรายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” ในขณะที่กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ กลุ่มนักลงทุนสถาบัน และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา
- หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดพาณิชย์ (COMM)
- หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON)
- ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ
- ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
ผลสำรวจ ณ เดือน ธ.ค. 67 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนทุกกลุ่มปรับลดลง โดยกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับลด 15.6% อยู่ที่ระดับ 85.71 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับลดลง 22.2% อยู่ที่ระดับ 70.00 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับลดลง 34.2% อยู่ที่ระดับ 77.78 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับลดลง 43.7% อยู่ที่ระดับ 75.00
ในช่วงเดือน ธ.ค. 67 SET Index ปรับตัวในกรอบแคบเนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่ในการกระตุ้นตลาด มูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์ในเดือนนี้ค่อนข้างเบาบาง และยังมีแรงเทขายจากนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่อง ได้แรงหนุนเล็กน้อยจากการประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในปี 68 และเม็ดเงินไหลเข้าจากการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีในช่วงสุดท้ายของปี โดย SET Index ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 67 ปิดที่ 1,400.21 ปรับตัวลดลง 1.9% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือน ธ.ค. 67 อยู่ที่ 40,704 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 10,552 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิกว่า 146,906 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม
- การเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดี Donald Trump ในวันที่ 20 ม.ค. โดยเฉพาะการประกาศนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลต่อการดำเนินการทางเศรษฐกิจในหลายประเทศ
- ความยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
- แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
ปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม
- ผลกระทบต่อสินค้าส่งออกของไทยจากมาตรการกีดกันการค้าของ Trump 2.0
- การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังงบประมาณเบิกจ่ายได้ตามปกติ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการลงทุนภาครัฐและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
- แนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย
- การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว
- การประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB