หุ้นไทยแกว่งในกรอบ 1340-1360 จุด แนะนำ CPALL, ERW
InnovestX มองตลาดหุ้นวันนี้ (17 ม.ค. 68) แกว่งในกรอบ 1340-1360 จุด ช่วงสั้น SET มีโอกาสฟื้นตัว แม้หุ้นไทยแย่กว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค แนะนำ CPALL, ERW
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) วิเคราะห์ตลาดหุ้นวันนี้ (17 ม.ค. 68) SET แม้ผ่อนคลายแรงกดดันลง หลังดอลลาร์และ Bond Yield สหรัฐฯ ชะลอตัว อย่างไรก็ตามคาดดัชนียังผันผวน โดยมีประเด็นสำคัญในวันจันทร์หน้า ซึ่งทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่ง ปธน. และตลาดติดตามนโยบายด้านการค้า ทำให้คาดกรอบบนยังถูกจำกัดที่แนวต้าน 1360-1365 จุด ส่วนกรอบล่างมีแนวรับอยู่ที่ 1340-1345 จุด หากต่ำกว่าเป็นลบต่อ
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสฟื้นตัว โดยมีแนวต้านที่บริเวณ 1400 จุด แม้ตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวลงแย่กว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค จากกังวลเรื่องเสถียรภาพการเมืองและ ESG ของ บจ. รวมทั้งตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคและตัวเลขส่งออกรถยนต์ของไทยคาดมีแนวโน้มอ่อนแอลง แต่ยังมีความคาดหวังต่อการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลดค่าครองชีพในประเทศเพิ่มเติมจากรัฐบาล รวมถึงการเริ่มต้นมีผลบังคับใช้ของมาตรการ Easy E-Receipt ตั้งแต่ 16 ม.ค.-28 ก.พ. 68 จะช่วยกระตุ้นงบ 1Q68 ให้เติบโตได้
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศนั้นมองว่าแนวโน้มการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนและการลดดอกเบี้ยของเฟดจะยังไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม จึงอาจจะไม่กดดันบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากนัก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
Daily top picks
CPALL : 4Q67 คาดเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ โดยเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากเข้าสู่ High Season และยอดขายสาขาเดิมยังเติบโตแข็งแกร่ง อีกทั้งมาร์จิ้นยังกว้างขึ้นต่อเนื่องจากกมียอดขายสินค้ามาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้น ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของรัฐบาลและการปรับลดดอกเบี้ยจะเพิ่ม Upside ให้กับประมาณการ
ERW : ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลงแรง 16%YTD หลังกังวลนักท่องเที่ยวจีนลดลงจากสถานการณ์นักแสดงจีนหายตัวไปซึ่งมองสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว จนทำให้ปัจจุบันเทรด PER 68F ที่ 20 เท่า หรือราว -1 SD. ขณะที่ 4Q67 คาดกำไรปกติจะทรงตัว YoY (ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น) แต่จะยังเพิ่มขึ้นได้ QoQ (ปัจจัยฤดูกาล และการปรับปรุงห้องพักที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา ทาวเวอร์ 1 เสร็จสิ้น)
ประเด็นสำคัญ
- กกพ. เสนอ กพช. ให้ปรับเงื่อนไขการอุดหนุนค่าไฟฟ้ารูปแบบ Adder และ FiT ของ SPP และ VSPP เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและลดค่าไฟฟ้าลด 17 สต./หน่วย เหลือ 3.98 บาท/หน่วย ทั้งนี้ปัจจุบันมี SPP และ VSPP 553 ราย มีกำลังการผลิตรวม 3,940MW
- ตลท.รับมาตรการซื้อขายหุ้นต้องทบทวนยกชุดหลังประกาศใช้เพื่อให้เหมาะสมกับภาวะตลาดหุ้นไทย ส่วน Uptick Rule จะยกเลิกไปเลยต้องดูว่ามีประโยชน์ตลาดหุ้นปกติหรือไม่ อาจจะปรับไปใช้เฉพาะหุ้นรายตัวที่ราคาหุ้นผันผวนสวนทางกับพื้นฐานซื้อขาย
- รมช.คลังเผยรัฐบาลจะแจกเงินหมื่นเฟสสองให้แก่ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติอายุ 60 ขึ้นไป ณ วันที่ 15 ก.ย. 67 โดยจะโอนเงินในวันที่ 27 ม.ค. และเช็กสิทธิ 22 ม.ค. ผ่านแอปฯ ทางรัฐ
- วันนี้ติดตามการเปิดตัวโครงการบ้านเพื่อคนไทย เปิดตัวบ้านและห้องตัวอย่าง และให้เริ่มลงทะเบียนผ่านเว็ปไซด์ เวลา 14:00 น. ประกอบด้วยพื้นที่บางซื่อ กม.11, เชียงราก, สถานีธนบุรี และสถานีเชียงใหม่
- Agoda เผยกรุงเทพฯ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีนสำหรับชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง อัตราการค้นหาที่พักพุ่งขึ้นสูงถึง 80%
- Microsoft แถลงให้คำมั่นจะลงทุนรวม 8 หมื่นล้านดอลลาร์ในการสร้าง Data Center AI ทั่วโลก โดยจะลงทุนในสหรัฐฯ กว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ หลัง CEO เข้าหารือเรื่อง AI และความมั่นคงทางไซเบอร์ร่วมกับว่าที่ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ และอีลอน มัสก์
- TSMC เผยผลประกอบการ 4Q67 สูงกว่าที่ตลาดคาด หนุนจากความต้องการชิป AI ที่ยังคงแข็งแกร่งและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสฟื้น แต่ Upside จำกัด โดยรอการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากภาครัฐ และนโยบายการค้าของสหรัฐฯ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และ 2 ธีมเทรดดิ้งระยะสั้น ดังนี้
- หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจากมาตรการ Easy E-Receipt ช่วงวันที่ 16 ม.ค.-28 ก.พ. 2568 และเงินหมื่นเฟส 2 ในช่วงเทศกาลตรุษจีน แนะนำ กลุ่มพาณิชย์ (CRC HMPRO CPALL TNP) กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (CBG OSP) และกลุ่มท่องเที่ยว (MINT)
- นักลงทุนที่ต้องการหุ้นปันผลสูงซึ่งคาดมีเงินปันผลจ่ายที่เหลือจากกำไรปี 2567 คิดเป็น Div. Yield เกิน 3% เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ต แนะนำ AP KTB BBL PTT
- หุ้น Earnings Play ซึ่งมองราคาหุ้นยังไม่ได้ปรับขึ้นสะท้อนโมเมนตัมกำไร 4Q67 ที่คาดจะเติบโตดี YoY และ QoQ อีกทั้งยังมีศักยภาพการจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ เลือก OSP AMATA AU TIDLOR BCP
- Trading Idea : นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงอาจเก็งกำไรใน 1) หุ้นที่ได้ Sentiment บวกหากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เช่น แผนดึงเม็ดเงินลงทุน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน Entertainment Complex และลดค่าครองชีพ-เพิ่มกำลังซื้อ แนะนำ กลุ่มนิคมฯ (WHA AMATA) กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC) กลุ่มท่องเที่ยว (AOT AWC) และ 2) หุ้นที่ราคา Laggard (เทรด PER 2568F ต่ำกว่า -1SD) แต่ผลการดำเนินงานยังมีแนวโน้มเติบโตดี แนะนำ BTG BEM BDMS
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB