วิเคราะห์ หุ้น AOT ฉุดราคาหุ้นร่วง โบรกฯ คงคำแนะนำ "ซื้อ"
วิเคราะห์ หุ้น AOT ฉุดราคาหุ้นร่วง โบรกฯ มอง กำไรปกติ 1Q24/25 ต่ำคาด 4-6% คงประมาณการและคงคำแนะนำ "ซื้อ"
วานนี้ (14 ก.พ.2568) ร่วงลงอย่างหนักโดยปิดตลาดในแดนลบ ที่ 1,272.00 จุด ร่วงลงกว่า 12.01 จุด มูลค่าซื้อขาย 50,148.93 ล้านบาท โดยจับตาไปที่หุ้น AOT บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) ซึ่งแถลงผลประกอบการ โดยผลประกอบการงวด 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 ระหว่างเดือนตุลาคม - ธันวาคม 2567 จากท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / ท่าอากาศยานดอนเมือง / ท่าอากาศยานเชียงใหม่ / ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย / ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยาน หาดใหญ่
มีกําไรสุทธิรวม 5,344.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 781.27 ล้านบาท คิดเป็น 17.12% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
และมีรายได้รวม 17,906.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.41% ซึ่งรายได้จากการขาย หรือ การให้บริการเพิ่มขึ้น 1,956.27 ล้านบาท คิดเป็น 12.45% แบ่งเป็น รายได้เกี่ยวกับกิจการการบิน 8,804.42 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของจํานวนเที่ยวบินและผู้โดยสารของ ทอท. โดยเฉพาะจํานวนเที่ยวบินและผู้โดยสารระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 19.05% และ 21.52% ตามลําดับ / และรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน 8,859.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 228.51 ล้านบาท คิดเป็น 2.65% ในขณะที่ มีค่าใช้จ่ายรวม 10,353.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,086.70 ล้านบาท
สําหรับปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง มีผู้โดยสารมาใช้บริการรวม 33.62 ล้านคน เพิ่มขึ้น 16.41% แบ่งเป็น ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 20.85 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 12.77 ล้านคน ขณะที่ มีจํานวนเที่ยวบินรวม 204,549 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 14.78% แบ่งเป็น เที่ยวบินระหว่างประเทศ 117,333 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 87,216 เที่ยวบิน
และนายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (AOT) กล่าวถึงกรณีผู้รับสัมปทานที่เช่าพื้นที่ของ ทอท. เริ่มขาดสภาพคล่องและจ่ายเงินล่าช้า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยยืนยันว่า ไม่กระทบต่อผลประกอบการของ ทอท.
แม้ว่าขณะนี้ จะมียอดที่ยังค้างชำระอยู่ที่กว่า 5,000 ล้านบาท เพราะยังมีการจ่ายเบี้ยปรับอย่างต่อเนื่อง และมี Bank Guarantee อยู่ด้วย พร้อมยืนยันว่า จะไม่มีการปรับแก้ไขสัญญาอย่างแน่นอน แต่อาจปรับโครงสร้างอัตราดอกเบี้ย จาก 18% ต่อปี เป็น MLR+2 อยู่ที่ประมาณกว่า 9% ต่อปี เพื่อช่วยเหลือและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
ขณะที่ราคาหุ้น AOT ร่วงลงแรง โดยปิดตลาดไปที่ 47 บาทต่อหุ้น ลดลง 7.50 จุด หรือคิดเป็นลดลง 13.76%
โบรกฯ มอง กำไรปกติ 1Q24/25 ต่ำคาด 4-6%
มุมมอง บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด (YUANTA) แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2567/2568 (ม.ค.-มี.ค.2568) คาดกำไรปกติเติตโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากช่วงไฮซีซั่น โดยปกตินักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส 1 จะเติบโตราว 10-15% QoQ สอดคล้องกับที่ AOT รายงานจำนวนผู้โดยสารรวมเฉลี่ยต่อวัน +11% QoQ และจำนวนเที่ยวบินรวม +9% QoQ ขณะที่เทียบกับไตรมาส 2/2566/2567 คาดการผลประกอบการเติบโต YoY สอดคล้องกับรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ 4.8 ล้านคนเติบโตดี 17% YoY
ส่วนกำไรปกติ งวด 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 ระหว่างเดือนตุลาคม - ธันวาคม 2567 จะคิดเป็น 25% ของคาดการณ์ทั้งปี 2567/2568 ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท +14% YoY ส่วนประเด็นบวกที่ยังไม่รวมไว้ในประมาณการ คือ
การขอปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก และการเก็บค่าธรรมเนียมผู้โดยสารTransit/Tranfer ซึ่งคาดว่าจะเห็นความคืนหน้าในไตรมาส 2 ปีนี้ รวมถึงการเปิดประมูลผู้ให้บริการภาคพื้นรายที่ 3 ที่สนามบินสุวรรณภูมิคาดภายในไตรมาส 1 นี้ และการรับโอน 3 ท่าอากาศยาน
คงประมาณการและคงคำแนะนำ "ซื้อ"
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า คงประมาณการและคงคำแนะนำ "ซื้อ" แต่ปรับ WACC ที่ใช้ประเมินมูลค่าขึ้นเป็น 8.3% จากเดิม 7.9% เพื่อสะท้อนสภาวะตลาดปัจจุบันที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ส่งผลให้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 64 บาท
เชิงกลยุทธ์ ตลาดมีโอกาสตอบสนองเชิงลบต่อราคาหุ้นจากผลประกอบการที่ออกมาต่ำคาด แนะรอหุ้นปรับฐาน หรือหากปรับตัวลงที่ระดับ 51-52 บาท ประเมินเป็นจุดที่น่าเข้าเก็งกำไร
สำหรับความเสี่ยงสำคัญ คือ จับตาตัวเลขนักท่องเที่ยวต่ำกว่าคาด การออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม และความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB