หุ้นกลุ่ม SET ESG Rating ระดับ AA ขึ้นไป จะโดดเด่นกองทุน ThaiESGX
หุ้นกลุ่ม SET ESG Rating ระดับ AA ขึ้นไป จะโดดเด่นกองทุน ThaiESGX และกองทุนนี้จะช่วยจำกัด Downside ให้กับ SET INDEX
หลังจากที่ ที่ประชุม ครม. เห็นชอบออกกองทุน Thai ESGX เพื่อรองรับ การสับเปลี่ยนกองทุนจาก LTF เป็น Thai ESGX โดยให้สิทธิลดหย่อนภาษี 300,000 บาทในปีแรก และ 4 ปีถัดไป ปีละเท่าๆกันไม่เกิน 50,000 ต่อปี รวมถึงเพิ่มเม็ดเงินใหม่เข้าไปในตลาดหุ้นไทย
โดยให้สิทธิลดหย่อนภาษีปีนี้สูงสุดอีก 300,000 บาท ซึ่งทั้ง 2 สิทธิต้องดำเนินการระหว่าง พ.ค. - มิ.ย. 2568 ถ้ารวมสิทธิลดหย่อนภาษีจาก Thai ESG เดิมด้วย จะสามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 900,000 บาท ในปีแรก
ถือเป็นมาตรการที่จูงใจ เพราะวงเงินลดหย่อนรวมสูงกว่าทุกรอบ และเงื่อนไข Thai ESGX คล้าย LTF Version 2 บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า คาดว่าจะเห็นการใช้สิทธิช่วงพิเศษนี้มากกว่า Thai ESG เดิมเนื่องจาก Valuation ของ SET INDEX ไม่แพง และถือเป็นนโยบายเดียวที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์เงินเดือน
ขณะที่ การกำหนดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยมากกว่า 65% ของ NAV จะช่วยจำกัด Downside ให้กับ SET INDEX ในช่วงที่ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน จากนโยบายภาษีของสหรัฐฯและปรากฏการณ์ Sell in May ที่มักเกิดขึ้นในเดือน พ.ค. ได้
การออกกองทุนพิเศษมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อเติมเงินลงทุนใหม่ในตลาดทุน ไปผลักดันให้ SET INDEX ปรับตัวขึ้นจนสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ ซึ่งกระทรวงการคลังเคยใช้ได้ผลดีในช่วง COVID-19 ระบาด โดยการออกกองทุน SSFX เปิดขายระหว่าง เม.ย.-มิ.ย. 2020 สามารถระดมเงินลงทุนได้ราว 9,000 ล้านบาท SET INDEX ฟื้นแรง 20.5% ในช่วงดังกล่าว
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า จึงคาดหวังว่า Thai ESGX ที่มีความคล้าย LTF Version 2 และเป็นช่องทางเดียวที่กลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่เสียภาษีสูง จะได้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาล จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี
หุ้นที่คาดว่าจะได้รับความสนใจจากกองทุนดังกล่าว เน้นไปยังกลุ่ม SET ESG Rating ระดับ AA ขึ้นไป, มีการเปิดเผยข้อมูลก๊าซเรือนกระจก, ไม่มีความเสี่ยงด้านบรรษัทภิบาล, ผลประกอบการปีนี้ยังเติบโต, มีปันผล, และ Valuation ไม่แพง คือ AMATA, BEM, BCPG, CPALL, GPSC, GULF, KBANK, KTB, PTTGC, SCC, และ SJWD
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB