ตลาดหุ้นวันนี้ ฟื้นกรอบจำกัด นับถอยหลังทรัมป์ขึ้นภาษี
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ตลาดหุ้นวันนี้ ฟื้นกรอบจำกัด นับถอยหลังทรัมป์ขึ้นภาษี
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) คาด SET แกว่ง Sideways-up ดัชนีน่าจะฟื้นตัวขึ้นได้บ้างหลังสะท้อนปัจจัยลบไปมาก รวมทั้งแรงหนุนจากกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันที่ขยับขึ้น แต่กรอบบนยังจำกัด นลท. ยังระมัดระวังการลงทุนก่อนที่มาตรการภาษีตอบโต้และการขึ้นภาษีรถยนต์ของสหรัฐฯ จะประกาศใช้ 2 เม.ย. นี้ ประเมินแนวรับที่ 1155 - 1150 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1165 - 1170 จุด
โดยมอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยอาจมีแรงขายลดความเสี่ยงจากความกังวลผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสงครามการค้า ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมาย ThaiESGX โดย 1) ปี 2568 คาดกำไรเติบโต 2) ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และ 3) จ่ายปันผลสม่ำเสมอ Div. Yield อย่างน้อย 3% หุ้น SET50 ที่ ADVANC BBL BDMS CPALL PTT และ SET100 BCH BTG
2. หุ้นปันผลคุณภาพดี โดย 1) สถิติจ่ายปันผลต่อเนื่องอย่างน้อย 20 ปี และ 2) คาดจ่ายปันผลจากกำไรปี 2567 หลังหักจ่ายระหว่างกาลแล้ว Div. Yield สูงเกิน 4% และ Div. Payout Ratio มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือทรงตัว แนะนำ KTB BBL KBANK
3. หุ้น Undervalued สำหรับลงทุน คัดเลือกหุ้น SET100 ที่คาดเป็นเป้าหมายของกองทุน โดย 1) ปี 2568 คาดกำไรเติบโต 2) มีความสามารถจ่ายดอกเบี้ยสูง 3) ซื้อขายที่ PER และ PBV 2568F ระดับต่ำกว่า -1SD 4) Div. Yield ปี 2568 อย่างน้อย 2% และ 5) มี SET ESG Ratings ระดับ A-AAA แนะนำ MTC MINT AMATA BJC CPF
4. Trading Idea : นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดได้ผลบวกทางอ้อมจากเหตุแผ่นดินไหว HMPRO SCCC TRUE ADVANC STECON 2) Domestic Play หากกังวลสงครามการค้ารุนแรงขึ้น CPALL ADVANC TRUE BTG BCH และ 3) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากเข้าสู่ เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ จากสถิติให้ผลตอบแทนช่วง เม.ย. เฉลี่ย 2.8% ใน เม.ย. ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก (CPAXT CPALL) กลุ่มท่องเที่ยว (MINT) และกลุ่มการแพทย์ (BCH BDMS)
Top Picks
PTT : มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น และเป็นหนึ่งในเป้าหมายของกองทุน ThaiESG เนื่องจากมี SETESG Rating ระดับ AAA อีกทั้งยังมีจุดแข็ง ดังนี้ 1) ปี 2568 คาดกำไรยังเติบโตได้ YoY 2) มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และ 3) มีศักยภาพจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield ปี 2568 สูงราว 7%
CPAXT : มองเป็นหุ้น Defensive ซึ่งเติบโตได้ต่อเนื่อง โดย 1Q68 คาดกำไรจะเติบโต YoY จากยอดขายสาขาเดิมและมาร์จิ้นที่ดีขึ้น ปี 2568 คาดกำไรจะเติบโตดีที่สุดในกลุ่มพาณิชย์ที่ 18% ทั้งนี้หลังควบรวมกิจการคาด Synergy จะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นในปี 2568-70 อีกทั้งมีเงินปันผลจ่ายจากกำไร 2H67 ที่หุ้นละ 0.53 บาท (XD 8 เม.ย.) คิดเป็น Div. Yield 2%
ด้าน บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ก้าวข้ามแผ่นดินไหว แต่ต้องระวังสะดุด TRADE WAR ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ เพิ่มความกังวล RECESSION อาจเป็นปัจจัยเอื้อต่อการปรับลดดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้น ส่วนบ้านเรา ยังมีความกังวลเพิ่มตามจากผลกระทบแผนดินไหว ซึ่งอาจเพิ่ม DOWNSIDE ต่อเศรษฐกิจไทย ฝ่ายวิจัยประเมิน 2H68 กนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง สู่ 1.75% หากตัวเลขเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นเท่าที่ควร ซึ่งการปรับลดดอกเบี้ย 25 BPS. จะหนุนระดับ MEYG ได้สูงถึง 5.8% คาดว่า TARGET SET INDEX จะขยับขึ้นมาได้ราว 50 - 60 จุด INTERNAL FACTOR ราคาน้ำมันดิบ BRENT ปรับตัวขึ้น 2.76% ปิดที่ระดับ 74.77 เหรียญฯ/บาร์เรล หลังจากหลัง TRUMP ขู่เรียกเก็บภาษี 25 - 50% ต่อประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนปรับตัวขึ้นดีกว่าคาด ภาพรวม SET INDEX ในช่วงสั้นคาดได้รับ SENTIMENT เชิงบวกจากประเด็นดังกล่าว
โดยมีหุ้นกลุ่มพลังงาน - โรงกลั่นเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ซึ่งมีน้ำหนัก (MARKET CAP) สูงถึง 1 ใน 3 ของน้ำหนักทั้งหมด และน่าจะหนุนให้ SET วันนี้แกว่งผันผวนน้อยกว่าตลาดอื่นๆ โดยมองกรอบการเคลื่อนไหว 1150 - 1170 จุด TOP PICK เลือก HMPRO, CPALL และ BDMS
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB