ราคาทอง วันพุธที่ 4 มิ.ย.2568 ปิดการซื้อขาย ขึ้น 250 บาทจากวันก่อนหน้า
ราคาทอง วันพุธที่ 4 มิ.ย.2568 ประกาศราคาในประเทศ ปิดการซื้อขาย ขึ้น 250 บาทจากวันก่อนหน้า ภาพรวมทางเทคนิคของราคาทองคําบ่งชี้ว่าอยู่ในสภาวะที่ "หยุดลง"
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง วันพุธที่ 4 มิ.ย.2568 ประกาศราคาในประเทศ ปิดการซื้อขาย ขึ้น 250 บาทจากวันก่อนหน้า ภาพรวมทางเทคนิคของราคาทองคําบ่งชี้ว่าอยู่ในสภาวะที่ "หยุดลง" หลังจากที่ราคาทองคําทํา จุดตํ่าสุด (Low) ที่ระดับ 3,275 เหรียญ ซึ่งถือเป็น Higher Low ครั้งที่ 2
- ทองคำแท่ง รับซื้อคืน 51,900.00 บาท/บาททองคำ และขายออก 52,000.00 บาท/บาททองคำ
- ทองรูปพรรณ รับซื้อคืน 50,861.80 บาท/บาททองคำ และขายออก 52,800.00 บาท/บาททองคำ
- ทอง 1 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 13,800 บาท
- ทอง 2 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 26,800 บาท
- ทองครึ่งสลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 7,300 บาท
- ทอง 2 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 105,600 บาท
- ทอง 5 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 264,000 บาท
ทองคำในประเทศ อ้างอิงตลาดสปอตที่ 3,363.00 ดอลลาร์/ออนซ์ และอิงค่าเงินบาท 32.70 บาท/ดอลลาร์
ทิศทางราคาทองคํา
ราคาทองคําปรับตัวลดลงหลังจากขึ้นไปทําจุดสูงสุดเมื่อวันจันทร์แถวบริเวณ 3,382 เหรียญ โดยในวันจันทร์ราคาทองคํา ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 80 เหรียญภายในวันเดียว โดยปัจจัยที่สนับสนุน น่าจะมาจากสงครามรัสเซียและยูเครน โดยยูเครน เปิดฉากโจมตีเครื่องบินรบรัสเซียตามฐานทัพ 4 แห่ง ที่ยูเครนอ้างว่าทําลายเครื่องบินรัสเซียได้อย่างน้อย 40 ลํา โดย ปฏิบัติการนี้ใช้โดรน 117 ลํา และเป็นฝีมือของหน่วยงานความมั่นคงยูเครน ซึ่งดูเหมือนว่าสถานการณ์ตึงเครียดระหว่าง
รัสเซียและยูเครนยังไม่มีแนวโน้มสิ้นสุดลง
อย่างไรก็ตาม จากข่าวที่ปธน.ทรัมป์และปธน.สี จิ้นผิง จะหารือกันภายใน สัปดาห์นี้ หลังจากที่ ปธน.ทรัมป์เพิ่งกล่าวหาจีนว่าละเมิดข้อตกลงการค้าเบื้องต้นที่ทั้งสองฝ่ายทําร่วมกันที่กรุงเจนีวา
ขณะที่จีนออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง และยืนยันว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ กดดันให้ราคาทองคําร่วงลงเมื่อวานนี้ที่ระดับ 3,333 เหรียญ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงตกตํ่า และพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond) ถูกเทขาย ทําให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.446%
ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี อยู่ที่ระดับ 3.949% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.5% รวมถึงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี และพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นก็มีแรงเทขายเข้ามา ค่อนข้างมาก สําหรับตลาดทุนของสหรัฐฯ ดัชนี ดาวโจนส์, S&P 500 และ แนสแดก อยู่ในสภาวะทรงตัวหลังดีดตัวกลับ ขึ้นมา รับข่าวดีของการเจรจาการค้า ด้านราคานํ้ามัน สัญญานํ้ามันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.42% ปิดที่ 63.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญานํ้ามันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ หรือ 1.55% ปิดที่ 65.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สําหรับวันนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สําคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ADP Non-Farm Employment Change และ ISM Services PMI คาดการณ์ว่าจะออกมาเพิ่มขึ้นจากเดิม ในส่วนของดัชนีดอลลาร์อ่อนค่า ลงหลังจากวันพฤหัสบดีขึ้นไปที่ระดับ 100.54 จุด ขณะที่เมื่อวานปรับตัวร่วงลงมาที่ระดับ 99 จุด ขณะที่ค่าเงินบาทภาพ รวมกลับมาแข็งค่าขึ้น เช้านี้อยู่ที่ระดับ 32.62 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าภาพรวมของค่าเงินบาทที่แข็งค่ามาจากดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับราคาทองคํา โดยราคาทองคําเมื่อวานปรับตัวลดลง แต่ค่าเงินบาทกลับแข็งค่าขึ้น
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ภาพรวมทางเทคนิคของราคาทองคําบ่งชี้ว่าอยู่ในสภาวะที่ "หยุดลง" หลังจากที่ราคาทองคําทํา จุดตํ่าสุด (Low) ที่ระดับ 3,275 เหรียญ ซึ่งถือเป็น Higher Low ครั้งที่ 2 โดยจุดตํ่าสุดก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 3,120 เหรียญ และ3,250 เหรียญ และ 3,275 เหรียญตามลําดับ จากรูปแบบ Higher Low นี้ จึงคาดการณ์ได้ว่าภาพรวมของราคา
ทองคํามีแนวโน้มที่จะเป็น Higher Low ซึ่งบ่งบอกถึงสภาวะที่อาจจะ "กลับทิศ" และ "หยุดการปรับตัวลง" ได้
โดยมีแนวรับอยู่ที่ระดับ 3,350 เหรียญ และแนวต้านที่ระดับ 3,390 เหรียญ สําหรับ Gold Online Futures คาดจะมีกรอบแนวรับ 3,365 เหรียญ และแนวต้าน 3,405 เหรียญ และ Gold Comex คาดจะมีกรอบแนวรับ 3,350 เหรียญ และแนวต้าน 3,390 เหรียญ ในส่วนของราคาทองไทยจะมีแนวรับระยะสั้นที่ 51,500 บาท/บาททองคํา
และมีแนวต้านระยะสั้นที่ 52,100 บาท/บาททองคํา
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB