InnovestX คาด ตลาดแกว่งลง สวนทิศทางตลาดหุ้นเอเชีย
InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX คาด ตลาดแกว่งลง แต่มีโอกาสชะลอลงที่แนวรับ 1120/1095 สวนทิศทางตลาดหุ้นเอเชีย
InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX คาด ตลาดแกว่งลง แต่มีโอกาสชะลอการลงที่แนวรับ 1120/1095 เป็น Gap ที่เปิดไว้ ปกติจะมีช่วงชะลอการลงได้ ในขณะที่การฟื้นตัวมีแนวต้านที่ 1140/1145 ตลาดหุ้นไทยลงสวนทิศทางตลาดหุ้นเอเชียจากปัจจัยภายใน DELTA ที่ถูก Capped Weight ที่ 10%กดดัน ปัจจัยภายนอกเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนเป็นความหวังแต่ไม่มีความคืบหน้า
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET มีโอกาสแกว่งตัว Sideways จากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีทรัมป์ ขณะที่คาดว่าการเมืองในประเทศจะชัดเจนขึ้นหลังสิ้นสุดการพิจารณางบประมาณ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ใน 3 ธีม หลักและ 2 ธีม เทรดดิ้ง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1.หุ้น SET50 ที่มี SET ESG Ratings A ขึ้นไป พร้อมคาดให้ Div. Yield ตั้งแต่ 5% ขึ้นไป อีกทั้งเราแนะนำ Outperform แนะนำ PTT KTB BBL HMPRO
2.หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมาย ThaiESGX โดย 1) ปี 2568 คาดกำไรเติบโต YoY 2) ฐานะการเงินแกร่ง และ 3) จ่ายปันผลสม่ำเสมอ พบหุ้นน่าสนใจ SET50: ADVANC BDMS CPALL PTT และ SET100: BCH BTG AP
3.หุ้น Earnings Play ซึ่งโมเมนตัมกำไรยังเติบโตแข็งแกร่ง โดย 2Q68 คาดกำไรปกติจะเติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ เลือก ADVANC TRUE CPALL BTG CPF
4.Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและต้องการรอดูความชัดเจนของการดำเนินมาตรการภาษีของ ปธน. ทรัมป์ แนะนำหุ้นตั้งรับที่มีรายได้ในประเทศเป็นหลัก ได้แก่ BCH CPALL GULF MTC OR TRUE แต่นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไร โดยคาดหวังจะมีความคืบหน้าการเจรจาทางการค้า แนะนำหุ้นที่คาดจะฟื้นตัวได้เร็ว ได้แก่ AMATA AOT MINT PTT TU WHA
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัว Sideways โดยมี Upside จำกัดที่บริเวณ 1200+/- จากความผันผวนที่ยังคงมีอยู่จากกังวลความไม่แน่นอนของการดำเนินมาตรการภาษีของ ปธน. ทรัมป์ อย่างไรก็ดี เชื่อว่าช่วงต้น เม.ย. ที่ผ่านมาดัชนีได้ปรับลงใกล้ระดับวิกฤติ (Downside ที่ 1,032 จุด) ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งผ่านจุดแย่ที่สุดไปแล้ว ขณะที่ในประเทศคาดจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการเมืองไทยมากขึ้นเพราะเมื่อจบการพิจารณางบประมาณส่วนใหญ่มักจะมีการปรับ ครม. ตามมา ซึ่งคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม ทั้งนี้เรายังคงมุมมองว่า หากดัชนีปรับตัวลงมาบริเวณ 1120-1100 ยังเป็นโอกาสทยอยซื้อสะสมสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว กลยุทธ์ลงทุนคงแนะนำให้ “Selective Buy”
Top Picks
DIF: มองมีปัจจัยระยะสั้นจากการไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาด แนวโน้มใน 2Q68 คาดว่ากำไรปกติจะปรับตัวดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง คาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ดีสูงถึง 11% ในปี 2568 และการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกใน 2H68 จะเป็นปัจจัยกระตุ้นได้
TRUE: มองราคาหุ้นมี Downside จำกัด และมีปัจจัยกระตุ้นจากภาษีการค้าสหรัฐฯ และโมเมนตัมกำไรยังแข็งแกร่ง 1Q68 เป็นไตรมาสแรกที่รายงานกำไรสุทธิเป็นบวกครั้งแรก และ 2Q68 กำไรมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อ อีกทั้งยังมี Upside จากประมูลคลื่นความถี่ที่กำลังจะเกิดขึ้นซึ่งยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB