SET ชี้!บทเรียนคดีหุ้น MORE ฉ้อโกง-อั้งยี่-ปั่นหุ้น
SET ชี้!บทเรียนคดีหุ้น MORE ฉ้อโกง-อั้งยี่-ปั่นหุ้น กระทบความเชื่อมั่นตลาดทุน ชูมาตรการป้องกันเหตุซ้ำ
นายอัสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า คดีหุ้น MORE ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่สะท้อนแนวโน้มการกระทำผิดที่มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องในวงกว้าง โดยการจัดการกับความผิดในลักษณะนี้จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายอัสเดช กล่าวอีกว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ยกระดับมาตรการดูแลตลาดทุน ปรับปรุงกฎเกณฑ์และเพิ่มประสิทธิภาพระบบที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์อย่างเข้มงวด
ได้แก่
- มาตรการ Auto Pause เพื่อหยุดการซื้อขายเมื่อมีความผิดปกติในราคาหลักทรัพย์
- มาตรการ Minimum Resting Time หรือการกำหนดเวลาขั้นต่ำในการวางคำสั่งซื้อขาย
- การเปิดเผยข้อมูลหลักทรัพย์ที่ใช้เป็นประกันการชำระเงิน รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลผู้ลงทุนที่ส่งคำสั่งซื้อขายไม่เหมาะสมแก่บริษัทหลักทรัพย์สมาชิก เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์ใช้ข้อมูลดังกล่าวในการบริหารความเสี่ยงและป้องกันพฤติกรรมผิดปกติได้ทันท่วงที
จากบทเรียนดังกล่าว นายอัสเดช ชี้ว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะพัฒนาระบบตรวจสอบและป้องกันอย่างต่อเนื่อง โดยติดตั้งระบบ Auto Halt ซึ่งจะหยุดการซื้อขายหุ้นเป็นเวลา 60 นาทีเมื่อราคาหุ้นเคลื่อนไหวผิดปกติเกินขอบเขตที่กำหนด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนได้ทบทวนข้อมูลอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ ยังได้มีการนำเทคโนโลยี อย่าง AI และเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูงมาช่วยตรวจสอบการซื้อขายแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองและป้องกันเหตุการณ์ผิดปกติก่อนที่จะเกิดขึ้น
อย่างไรก็ดี ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปรับปรุงกฎเกณฑ์เกี่ยวกับหุ้นประเภท NVDR (Non-Voting Depository Receipt) โดยกำหนดให้เฉพาะนักลงทุนต่างชาติเท่านั้นที่สามารถซื้อขายหุ้นประเภทนี้ได้ เพื่อป้องกันการใช้ช่องโหว่ในทางที่ผิด โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ทุกแห่งร่วมกันติดตั้งระบบควบคุมและป้องกันอย่างเข้มงวด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่าในตลาดหุ้นพบความผิดปกติลักษณะเดียวกับหุ้น MORE หรือไม่ นายอัสเดช ชี้แจงว่า ในปัจจุบันยังไม่พบพฤติกรรมซื้อขายที่ผิดปกติ แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดสำหรับทุกบริษัท โดยไม่ได้เจาะจงรายใดรายหนึ่ง โดยเน้นย้ำว่า ได้ออกมาตรการเตือนนักลงทุนบ่อยครั้งหากพบสัญญาณผิดปกติ พร้อมทั้งเรียกร้องให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วน
ทั้งนี้ ปัจจุบันคดีหุ้น MORE มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินคดีอาญาและฟ้องร้องผู้กระทำผิดได้แล้วทั้งหมด 42 ราย โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้วางแผน กลุ่มผู้สนับสนุน และกลุ่มเจ้าของบัญชีที่ให้ผู้กระทำผิดนำไปซื้อขายหุ้น โดยในจำนวนนี้ มี 1 ราย อยู่ระหว่างการหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากทางการของประเทศนั้น แต่หน่วยงานไทยยังคงติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ ผลของการอายัดทรัพย์ศาลได้มีคำสั่งให้คืนหรือชดใช้ทรัพย์สินให้บริษัทหลักทรัพย์ผู้เสียหาย แบ่งเป็น 3 สำนวน ได้แก่
- สำนวนที่1 เป็นคดีฉ้อโกงศาลมีคำสั่งคืนหรือชดใช้ทรัพย์สินจำนวน 59 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวม ประมาณ 4,400 ล้านบาท ให้กับ บริษัทหลักทรัพย์ผู้เสียหาย 10 ราย
- สำนวนที่2 เป็นคดีอั้งยี่ ทรัพย์สินที่ยึดได้ 129 ล้านบาทเศษ คืนให้บริษัทหลักทรัพย์ผู้เสียหาย 10 รายเช่นกัน โดยคืนตาม สัดส่วนความเสียหาย
- สำนวนที่3 อยู่ระหว่างสรุปสำนวนเพื่อเสนออัยการสั่งฟ้อง โดยมีมูลค่าความเสียหาย 226 ล้านบาทเศษ เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการ สร้างราคาหลักทรัพย์ (ปั่นหุ้น) ซึ่งในกรณีนี้ ปปง. ได้ยื่นคำร้องให้ศาลสั่ง ให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB