โบรกเกอร์ มองหุ้น CPN คงคำแนะนำ “ซื้อ” แม้กำไรสุทธิหลัก 2Q68 อ่อนตัวตามคาด
โบรกเกอร์ มองหุ้น CPN คงคำแนะนำ “ซื้อ” แม้กำไรสุทธิหลัก 2Q68 อ่อนตัวตามคาด ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 กำไรสุทธิ ไม่รวมอสังหาฯ โต 10% จากปีก่อน พร้อมอนุมัติจ่ายเงินปันผล 2.10 บาท/หุ้น สูงสุดเป็นประวัติการณ์
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์ผลประกอบการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN คงคำแนะนำ “ซื้อ” จาก
- คาดว่าการเติบโตกำไรสุทธิหลักจะเร่งตัวจาก 6% ในปี 68 เป็น 13% ในปี 69 โดยมีแรงหนุนจากการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีกและการโอนคอนโดมากขึ้น
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 5-6% ในปี 68-69 แม้กำไรสุทธิหลัก 2Q68 อยู่ที่ 4.2 พันล้านบาท (-3% YoY, -2% QoQ) อ่อนตัวสอดคล้องกับประมาณการของโบรกเกอร์และตลาด แต่กำไรที่คาดว่าจะเติบโตแข็งแกร่งใน 4Q68 อาจเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้
จึงยังคงประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายอิง SoTP ที่ 65.00 บาท
กำไรสุทธิหลัก 2Q68 อ่อนตัวตามคาด
กำไรสุทธิหลัก 2Q68 อยู่ที่ 4.2 พันล้านบาท(-3% YoY, -2% QoQ) ใกล้เคียงกับประมาณการของเราและตลาดรายได้ 2Q68 อยู่ที่ 1.17 หมื่นล้านบาท(-9% YoY, -2% QoQ) แม้ว่ารายได้ค่าเช่าและบริการ (คิดเป็น92% ของรายได้2Q68) จะเติบโต 2% YoY แต่รายได้รวมถูกกดดันจากธุรกิจโรงแรม (-2% YoY) และการโอนที่อยู่อาศัย (-75% YoY) รายได้โรงแรม 2Q68 ลดลงจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจีนที่โรงแรม Hilton Pattaya (คิดเป็นราว60%ของรายได้โรงแรมใน2Q68) ส่วนการโอนที่อยู่อาศัยลดลงเนื่องจากยอดขายอสังหาฯแนวราบใน 1H68 ที่อ่อนแอและไม่มีคอนโดที่เพิ่งสร้างเสร็จใน2Q68 (เทียบกับ2Q67 ที่มีการสร้างคอนโดเสร็จ3 โครงการมูลค่ารวม2.4 พันล้านบาท
คาด 3Q68 ยังซบเซาก่อนเติบโตแรงใน 4Q68
โบรกเกอร์ คาดว่ าCPN จะรายงานกำไรสุทธิหลัก 3Q68 ที่ไม่โดดเด่น (-5% YoY, ทรงตัวQoQ) ก่อนจะมีกำไรสุทธิหลักแข็งแกร่งใน 4Q68 ที่ 5.2 พันล้านบาท (+23% YoY, +24% QoQ) โดยปัจจัยหนุนหลักคือ
- การเปิดศูนย์การค้า Central Park (พื้นที่ให้เช่า 80,000 ตร.ม., มีการเช่าล่วงหน้ามากกว่า90%) ในต้นเดือนก.ย.68
- การโอนคอนโดของCPN 1-2 โครงการมูลค่า1.1-2.2 พันล้านบาทใน4Q68
- การโอนโครงการคอนโด The Dusit Residences (มูลค่า1.5 หมื่นล้านบาท, ขายแล้วมากกว่า90%, CPN ถือหุ้น30%) ใน 4Q68
คาดการเติบโตของกำไรหลักต่อหุ้นจะเร่งตัวขึ้นในปี 69
คาดการเติบโตของกำไรหลักต่อหุ้นจะเร่งตัวขึ้นในปี 69 คาดว่าการเติบโตของกำไรหลักต่อหุ้นจะเพิ่มจาก 6% ในปี 68 เป็น 13% ในปี 69 โดยแรงขับเคลื่อนการเติบโตในปี 69 คือการเติบโตของรายได้จากค้าปลีกที่สูงขึ้น (จากการเพิ่มพื้นที่เช่าค้าปลีกสุทธิ 19% ระหว่างสิ้น 1Q68 ถึงสิ้น 4Q69) การฟื้นตัวของรายได้จากที่อยู่อาศัย (มูลค่าคอนโดที่จะสร้างเสร็จเท่ากับ 7.3 พันล้านบาทในปี 69 เทียบกับ 1.1 พันล้านบาทในปี 68) และการโอนเพิ่มเติมของโครงการ The Dusit Residences (รับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม) ทั้งนี้ มีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรต่อหุ้นของเราจากโครงการซื้อหุ้นคืน (ไม่เกิน 2.5% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด) ซึ่งเพิ่งประกาศเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2568
สำหรับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 มีรายได้รวม 11,653 ล้านบาท โต 3% และกำไรสุทธิ 3,902 ล้านบาท โต 10% จากปีก่อน (ไม่รวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์) โดยในไตรมาส 2 นี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการจ่ายเงินปันผล 2.10 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 5 พันล้านบาทระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม 2568 - 17 กุมภาพันธ์ 2569 ส่วนในไตรมาส 3 เปิดตัว "เซ็นทรัล พาร์ค" ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 "เซ็นทรัลกระบี่"
โดยนางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการเงิน บัญชีและบริหารความเสี่ยงบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ว่าการบริโภคภาคเอกชนในไตรมาส 2 จะได้รับผลกระทบบางส่วนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเดือนมีนาคม แต่ได้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ขณะที่มาตรการทางการคลังและนโยบายที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ จะส่งผลดีต่อจำนวนผู้ใช้บริการศูนย์การค้าและการกระจายกำลังซื้อทั่วประเทศในช่วงครึ่งหลังของปี 2568
และ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2568 เซ็นทรัลพัฒนา มีศูนย์การค้าภายใต้การบริหารงานทั้งหมด 42 โครงการ (ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 40 แห่ง - ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 16 โครงการ ต่างจังหวัด 23 โครงการ และในมาเลเซีย 1 โครงการ; ศูนย์การค้าเอสพละนาด และศูนย์การค้าเมกา บางนา) คอมมูนิตี้ มอลล์ 16 โครงการ มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 2.3 ล้านตารางเมตร นอกจากนี้ ยังมีอาคารสำนักงาน 10 อาคาร โรงแรม 10 แห่ง โครงการที่พักอาศัย 44 โครงการ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB