เงินบาทผันผวน หุ้นไทยดิ่ง ต่างชาติเทขายหลังศาลชี้ “แพทองธาร”
กสิกรไทยชี้! เงินบาทแกว่งแข็งค่า–อ่อนค่าตามปัจจัยการเมือง ขณะหุ้นไทยถูกเทขายหนักหลังศาล รธน.วินิจฉัย “แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา (26–30 ส.ค. 2568) โดยเงินบาทแข็งค่าช่วงต้นสัปดาห์ สวนทางกับดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เผชิญแรงขายต่อเนื่อง หลังประธานเฟดส่งสัญญาณที่เวที Jackson Hole หนุนความเป็นไปได้ที่จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม FOMC เดือนก.ย.
ขณะเดียวกัน เงินบาทยังได้แรงหนุนจากสกุลเงินเอเชียอื่นๆ และราคาทองคำโลกที่ทะยานกลับขึ้นเหนือ 3,400 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ หลังความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟดกดดัน Sentiment ของดอลลาร์
แม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งจีดีพีไตรมาส 2 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ออกมาดีกว่าคาด
อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับในช่วงปลายสัปดาห์ ตามแรงขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธาร สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้า กสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวเงินบาทที่ 31.80–32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยมีปัจจัยติดตาม ได้แก่ สถานการณ์การเมืองในประเทศ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ส.ค. ของไทย ทิศทางฟันด์โฟลว์ต่างชาติ ราคาทองคำโลก ข้อมูลตลาดแรงงานและดัชนี PMI ภาคการผลิต–บริการเดือน ส.ค. ของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน อังกฤษ รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ส.ค. ของยูโรโซน
ด้านตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET ปรับตัวลงท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ โดยแม้ต้นสัปดาห์จะดีดตัวขึ้นตามตลาดต่างประเทศ หลังเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย และตัวเลขส่งออกไทยเดือนก.ค.ที่ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง ช่วยหนุนแรงซื้อในหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ โรงไฟฟ้า และผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แต่บรรยากาศการลงทุนกลับถูกกดดันอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งปลดผู้ว่าการเฟดหนึ่งรายออกจากตำแหน่ง พร้อมขู่จะเก็บภาษีนำเข้าจากจีนสูงถึง 200% หากจีนจำกัดการส่งออกแร่ธาตุหายากไปยังสหรัฐฯ
บวกกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ให้น.ส.แพทองธารพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและครม.ทั้งคณะ ยิ่งซ้ำเติมแรงเทขายหุ้นกลุ่มพลังงาน ค้าปลีก และสื่อสาร ดันดัชนีร่วงหนักในช่วงท้ายสัปดาห์
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้า บล.กสิกรไทย (KSecurities) คาดแนวรับที่ 1,225 และ 1,200 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,245 และ 1,265 จุด โดยปัจจัยที่ต้องจับตา ได้แก่ เงินเฟ้อไทยเดือนส.ค. การเมืองในประเทศ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ดัชนี PMI ภาคการผลิต–บริการของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน ยูโรโซน ตลอดจนตัวเลขเงินเฟ้อเดือนส.ค. และจีดีพีไตรมาส 2/2568 ของยูโรโซน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB