InnovestX คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์/พักตัว รัฐบาลเริ่มกระตุ้นการบริโภคหลัง
InnovestX คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์/พักตัว รัฐบาลเริ่มกระตุ้นการบริโภคหลัง ครม.เห็นชอบการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเดือน พ.ย.
InnovestX คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์/พักตัว รัฐบาลเริ่มกระตุ้นการบริโภคหลัง ครม. เห็นชอบการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ครั้งละ 850 บาท ส่วนโครงการคนละครึ่งพลัสจะเข้า ครม. สัปดาห์หน้า ทางเทคนิค ตลาดยังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1290-1293 กลับมาปรับตัวลงหลุดต่ำกว่าแนวรับแรกที่ 1278 หากลงหลุดต่ำกว่าแนวรับสองที่ 1268 อีกจะเป็นการแกว่งตัวลงรอบใหม่มีแนวรับถัดไปที่ 1260
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
ช่วงสั้นมอง SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ ตลาดรอติดตามการแถลงนโยบายรัฐบาล และตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญในต่างประเทศ กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ “Selective Buy” ใน 3 ธีม หลักและ 3 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาด 2H68 ผลการดำเนินงานจะยังเติบโตดีทั้ง HoH และ YoY แรงหนุนจากฤดูกาลและจากปัจจัยเฉพาะตัว ADVANC BCPG GULF SCC
2. หุ้นปันผลคุณภาพดี (SET100 ที่มี SET ESG Ratings A ขึ้นไป) เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตระยะสั้น คาดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไร 1H68 และให้ Div. Yield เกิน 2% แนะนำ TTB (XD 6 ต.ค.)
3. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลง มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือ กำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC TIDLOR
4. Trading Idea: สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงและต้องการเก็งกำไร 1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากช่วงวันหยุดยาวชาติจีน 1-8 ต.ค. กลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW) 2) หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภคและการท่องเที่ยว กลุ่มค้าปลีก/ส่ง (CPALL CPAXT BJC TNP) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG OSP HTC ICHI) และกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW) และ 3) หุ้นที่ได้อานิสงส์จากความต้องการซ่อมแซมถนนและที่อยู่อาศัย หลังน้ำท่วมกลุ่มวัสดุก่อสร้างและกลุ่มค้าปลีก (TASCO BJC HMPRO GLOBAL)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 1260-1300 จุด โดยปัจจัยในประเทศติดตามการแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะแผนการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นการลงทุน ส่วนปัจจัยต่างประเทศติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ PMI จีนและสหรัฐฯ รวมทั้งตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าตัวเลขจะออกมาไม่ได้แย่กว่าที่ตลาดกังวล ทำให้ไม่กดดันตลาดหุ้นไทยมากนัก แต่หากอ่อนแอมากขึ้น คาดจะทำให้ตลาดมีคาดหวังมากขึ้นต่อการเร่งปรับลดดอกเบี้ยของเฟดในระยะถัดไป ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงคงแนะนำให้ “Selective Buy”
Daily Top Picks
BCPG: ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยลดลง อีกทั้งกำไรปกติ 2H68 คาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี จากการปรับตัวขึ้นมากของ Capacity Payment ในสหรัฐฯ และการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่หลายโครงการ ประเมินราคาเป้าหมายระยะสั้น 8.70 บาท
BJC: ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากอานิสงส์นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภคและการท่องเที่ยว อาทิ คนละครึ่งพลัสและท่องเที่ยวเมืองรอง ปี 2568 คาดกำไรจะเติบโต 7%YoY และเติบโตต่อ 10%YoY ในปี 2569 อีกทั้ง Valuation ยังไม่แพง ซื้อขายที่ PER 68F ที่ 16.7 เท่า ซึ่งต่ำกว่า -2SD ประเมินราคาเป้าหมายระยะสั้น 21.00 บาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB