‘ศุภจี‘ มอบนโยบาย Quick Big Win ลดค่าครองชีพ เล็งจัดธงฟ้า 1,300 ครั้งต่อปี
‘ศุภจี‘ มอบนโยบาย Quick Big Win 7 ด้าน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ เล็งจัดธงฟ้า 1,300 ครั้งต่อปี
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานประชุมมอบนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีข้าราชการและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเข้าร่วมประชุม พร้อมประกาศนโยบาย “Quick Big Win” ของกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 7 เรื่อง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่
1.การเจรจาภาษีสหรัฐ ยังต้องมีการเจรจารายละเอียดเพิ่มเติม เช่นสินค้าถิ่นกำเนิด ดูแลการทุ่มตลาด และการดูแลการออกใบกำกับอนุญาต ซึ่งตั้งเป้าภายในเดือน ธ.ค. 68 จะจบการเจรจาให้ได้ในรายละเอียดภาษี
2. การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ในส่วนของการช่วยเหลือผู้ประกอบการใน 7 จังหวัดชายแดน จะจัดส่งให้เจ้าหน้าที่ไปติดตามผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม โดยประชาชนจะเน้นลดค่าครองชีพ ส่วนเกษตรกรเน้นเพิ่มรายได้ หาช่องทางการตลาด ขณะที่ ผู้ประกอบการ จะเดินหน้าจัดมหกรรมธงฟ้าและจัดมหกรรมค้าชายแดน โดยสนับสนุนค่าขนส่งฟรี สุดท้ายผู้ส่งออก จะเพิ่มช่องทางส่งออกผ่านแดนเพิ่มขึ้น
3. ส่งเสริม FTA เน้นการหาตลาดใหม่เพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันมี FTA รวม 14 ฉบับกับ 18 ประเทศ ภายใน ปี 68 นี้ จะเร่งรัดการเปิดตลาดส่งออก FTA ไทย-สหภาพยุโรป (EU) และ FTA ไทย-เกาหลีใต้ รวมถึงมีแผนเปิดเจรจา FTA กับตลาดศักยภาพใหม่ ทั้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เน้น UAE ซาอุดิอาระเบีย และแอฟริกา เน้นแอฟริกาใต้ ส่วนอาเซียน เน้นเวียดนาม
4. ดูแลค่าครองชีพประชาชน ซึ่งสิ่งที่ทำอยู่ คือ ลดค่าครองชีพโดยตรง 5,000 ล้านบาท ผ่านการจัดมหกรรมธงฟ้ากว่า 1,300 ครั้งต่อปี รวมถึงจัดมหกรรมลดราคาสินค้าช่วงเทศกาล
5. รักษาศักยภาพราคาสินค้าเกษตร โดย มี 5 หลักการจัดการสินค้าเกษตร จะมีการประเมินอุปสงค์อุปทานล่วงหน้า บริหารจัดการอุปทานเพิ่มอุปสงค์ตามสถานการณ์ ผลักดันส่งออกรักษาลูกค้าเดิมหาลูกค้าศักยภาพใหม่ กำหนดมาตรการนำเข้า และมีมาตรการแก้ไขปัญหาระยะยาว ส่วนมาตรการดูแลสินค้าเกษตร เช่น ข้าว จะมีการเร่งส่งออก โดยเจรจาผลักดันขายข้าวรัฐต่อรัฐจีทูจี อีกจำนวน 2.8 แสนตันไปจีนภายในปีนี้ และจะเจรจาเพิ่มเป็น 5 แสนตัน / ชะลอการขายในประเทศ ผ่านการสนับสนุนสินเชื่อแก้สถาบันเกษตรกร,เพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ/ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยการลดต้นทุนการผลิตอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการธงเขียว
6. เพิ่มรายได้ให้SME เพราะเป็ฯกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์ส่งผลให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น จึงวางเป้าหมายขยายตลาดใหม่ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพิ่มช่องทางและโอกาสทางการค้า เพิ่มมูลค่าสินค้าบริการ ร่วมมือกับสถาบันการเงิน และช่วยให้ง่ายต่อการเข้าถึงแพลตฟอร์มแก้ปัญหาของพาณิชย์ซึ่งอยู่ระหว่างเริ่มปรับปรุงให้ดีขึ้น
7. ปรับกฎระเบียบใช้เทคโนโลยี โดยแก้ไขกฎหมายกฎกระทรวงและกฎระเบียบ เพื่อลดอุปสรรคในการดำเนินงานของผู้ประกอบการและภาคเอกชน / ใช้ ai เพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์เพิ่มความแม่นยำและเพิ่มความรวดเร็วซึ่งจะช่วยลดเวลาการไต่สวน AD / CVD จาก 12 เดือน เหลือ 9 เดือน กำกับดูแลตลาดอีคอมเมิร์ซและเข้มงวดปราบปรามธุรกิจนอมินี / รวมถึงใช้เทคโนโลยีดิจิทัล อำนวยความสะดวกการขอรับบริการ
กระทรวงพาณิชย์ เดินคนเดียวไม่ได้ เราต้องเดินพร้อมกันกับประชาชน และเน้นหลักของความร่วมมือเป็นหลักและเน้นความโปร่งใสถูกต้องเป็นหลัก สิ่งที่เราพูด เราจะทำ ต้องมีข้อมูล สุดท้ายจะเน้นประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นหลัก ถึงแม้รัฐบาลนี้จะเป็นรัฐบาลที่มีอายุไม่นานมาก ดิฉันตั้งใจทำผลประโยชน์สูงสุดให้ประชาชน และขอทำให้เต็มที่ ในเวลาที่กระชับนี้เพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์
ด้านนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับยอดส่งออกไทยช่วง 8 เดือนปี 68 (ม.ค.-ส.ค) การส่งออกเติบโต 13.3% คาดว่า ช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีนี้ จะส่งผลทำให้การส่งออกทั้งปี เติบโตได้ 6-7 % มูลค่าประมาณกว่า 10 ล้านล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 24,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB