หุ้นไทยฟื้น หลังความชัดเจนทางการเมือง-นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
หุ้นไทยเริ่มส่งสัญญาณฟื้น ดัชนี SET เดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 3% ปิดที่ 1,274.17 จุด หลังความชัดเจนทางการเมือง-นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 หมื่นล้านบาท หนุนบรรยากาศลงทุน ขณะที่ ตลท. เตรียมหารือ คลัง-พาณิชย์ หามาตรการสนับสนุนตลาดทุนไทย
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ดัชนี SET Index เดือน ก.ย. 68 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% จากเดือนก่อนหน้า มาปิดที่ 1,274.17 จุด โดยตั้งแต่ต้นปีปรับลดลง 9%
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มการเงิน กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 43,155 ล้านบาท ลดลง 31.0% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมในช่วง 9 เดือนแรกของปี อยู่ที่ 43,028 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 11,859 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนกันยายน 2568 นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 96,243 ล้านบาง ซึ่งผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 47.06% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ขณะที่ผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศมีสัดส่วนการซื้อขายที่ 37.63% ของมูลค่าการซื้อขายรวม เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 33.98%
ส่วนอัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นกันยายน 2568 อยู่ที่ระดับ 3.86% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.02%
ทั้งนี้ ตลท. มองหุ้นไทย มีสัญญาณดีขึ้นต่อเนื่อง หลังมีความชัดเจนทางการเมือง และการประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนการชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ คาดว่า จะส่งผลต่อ SET Index ในวงจำกัด เนื่องจากผู้ลงทุนส่วนใหญ่ประเมินว่าเป็นเพียงปัจจัยภายนอกระยะสั้นที่อาจสร้างความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุนชั่วคราวเท่านั้น
โดยปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือ เรื่องค่าเงินบาท และหนี้ครัวเรือน ส่วนปัจจัยสำคัญที่ควรติดตาม คือ การดำเนินนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่มุ่งเน้นหลักการ “กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว” ผ่านนโยบาย “Quick Big Win” โดยเฉพาะงบ 40,000 ล้านบาทสำหรับคนละครึ่งพลัส เป็นจำนวนที่เยอะพอสมควรในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ ส่งผลดีต่อกลุ่มค้าปลีก กลุ่มสินค้า โดยได้รับอานิสงส์แล้วตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นโครงการ
ส่วนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่จะส่งผลดีต่อ บจ. ได้แก่
- คนละครึ่งพลัส / ลดภาระหนี้ภาคประชาชน /ส่งเสริมการออมผ่านการซื้อสลาก ส่งผลดีต่อกลุ่มค้าปลีก กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
- การเจรจากับสหรัฐ / ดูแลค่าครองชีพผ่านมหกรรมธงฟ้า / การเจรจา FTA / รักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร / เสริมแกร่ง SME ส่งผลดีต่อกลุ่มส่งออก กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
- ลดภาระค่าครองชีพด้านพลังงาน ส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชน ส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงานทดแทน กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสการฟื้นตัวต่อเนื่องของ SET Index ในช่วงที่เหลือของปี 2568 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากบริษัทจดทะเบียนที่กลับมาระดมทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนเพิ่มขึ้นในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ผลตอบแทนจากหลักทรัพย์ที่เข้าจดทะเบียนใหม่ในวันแรกที่ค่อนข้างสูง แสดงถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับแรงขายจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เริ่มชะลอตัวลง
อย่างไรก็ดี มีข้อเสนอสำคัญภาคตลาดทุนที่จะนำเสนอนายกรัฐมนตรี คือ
- สร้างความเชื่อมั่น รัฐบาลควรกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจและการลงทุนที่ชัดเจนพร้อมตั้งทีมงานบูรณาการเพื่อสื่อสารอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
- พัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่โดยใช้กลไกตลาดทุนเป็นเครื่องมือ
- เสริมสภาพคล่องระยะยาว พัฒนามาตรการและโครงสร้างเพื่อดึงดูดนักลงทุน
- เสริมเสถียรภาพให้ตลาดทุนไทยมีความยั่งยืน ปฏิรูปกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรค พัฒนาทักษะแรงงานไทย เข้มงวดในการปราบปรามการทุจริตและการหลอกลงทุน
นายศรพล กล่าวด้วยว่า ตลท. มีแผนหารือกับ ก.คลัง และ ก.พาณิชย์ ในเร็วๆนี้ เพื่อพูดคุยถึงมาตรการสนับสนุนตลาดทุนไทยด้วย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB