บล.เอเชียพลัส มอง หุ้นโลกรวน เงินสลับเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย
บล.เอเชียพลัส มอง หุ้นโลกรวน เงินสลับเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย หลังพันธบัตรสหรัฐฯ กด Bond Yield ดิ่งต่ำสุดรอบ 7 เดือน นักลงทุนชะลอเสี่ยง
วานนี้ (16 ต.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงแรง โดยดัชนีหลักอย่าง S&P 500 และ Nasdaq ย่อตัวระหว่าง -0.5% ถึง -2.1% หลังนักลงทุนลดความเสี่ยงและหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ส่งผลให้ Bond Yield อายุ 10 ปีของสหรัฐฯ ร่วงแตะ 3.97% ต่ำกว่าดอกเบี้ยนโยบายราว 28 basis points สะท้อนความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจเริ่ม “วงจรลดดอกเบี้ย” เร็วกว่าคาด
ขณะที่ แรงกดดันต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นเกิดจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อาจกลับมาอ่อนตัวหลังราคาน้ำมันร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน รวมถึงปัญหาสินเชื่อในภาคธนาคารสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนจากฟองสบู่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโดยเฉพาะ AI stocks ตลอดจนความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน และความเสี่ยงจาก Government Shutdown ที่อาจยืดเยื้อนานกว่า 25 วัน
ส่วนฝั่งเอเชีย TSMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ดีกว่าคาดทุกมิติ รายได้แตะระดับสูงสุดใหม่จากความต้องการชิปขนาด 5 นาโนเมตร (5 NM) ที่เร่งตัวขึ้น แม้ ASML รายงานรายได้ต่ำกว่าคาด แต่กำไรยังออกมาดีกว่าตลาดคาดการณ์ โดยแนวโน้มไตรมาส 4 ยังคงแข็งแกร่งจากความต้องการชิปในกลุ่ม Data Center และ Cloud อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญแนะให้ “เก็งกำไรอย่างระมัดระวัง” ในหุ้นเทคโนโลยีไต้หวัน เช่น TAIWAN19 และ ASML01 เนื่องจากตลาดเริ่มมีความผันผวน
สำหรับประเทศไทย มุมมองของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจชะลอลง ส่งผลให้ Bond Yield อายุ 10 ปีของไทยปรับขึ้นแตะ 1.60% ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยนโยบาย และเมื่อเทียบกับ Bond Yield สหรัฐฯ ที่เป็นขาลง ทำให้ ส่วนต่างผลตอบแทน (Spread) ระหว่างไทย-สหรัฐฯ แคบลง ซึ่งโดยปกติการที่ Spread ลดลงจะหนุนให้ค่าเงินบาทแข็งค่า และอาจจูงใจให้เงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลกลับเข้ามาในตลาดไทย
ด้านกลยุทธ์การลงทุน (Synapse Strategy) แนะนำให้นักลงทุน ถือเงินสดในพอร์ตเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดโลกยังเผชิญความผันผวนสูง ทั้งจากแรงขายหุ้นของผู้บริหาร (Insider Trade) 197 ใน 200 รายการหลักของสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น NVDA, CRWD, DELL รวมถึงแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่ดันราคาทองคำแตะระดับสูงสุดตลอดกาล (All-Time High)
อย่างไรก็ดี หุ้นไทยบางกลุ่มยังมีโอกาสโดดเด่น เช่น GULF, BGRIM จากบาทชะลออ่อนค่า และ BH, ERW ที่คาดว่ากำไรไตรมาส 3/68 จะออกมาดีต่อเนื่อง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB