OR โชว์กำไรไตรมาส 3/68 โต 17% ขณะที่ 9 เดือนกำไรพุ่ง 98.4%
OR โชว์กำไรไตรมาส 3/68 โต 17% ขณะที่ 9 เดือนกำไรพุ่ง 98.4% โบรกเกอร์ คงคําแนะนํา "ซื้อ" คงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 17.90 บาท
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 มีกำไรสุทธิ 2,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% จากไตรมาสก่อน ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 1.6พันล้านบาทใน 3Q67, +17% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 4,878 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% แม้รายได้จากการขายและให้บริการลดลงเหลือ 153,600 ล้านบาท จากราคาน้ำมันตลาดโลกที่ชะลอตัว
ส่วนผลการดำเนินงานรวม 9 เดือนของปี 2568 OR มีรายได้จากการขายและให้บริการ 503,188 ล้านบาท ลดลง 6.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลง
อย่างไรก็ตาม OR มีกำไรสุทธิ 9,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4,575 ล้านบาท คิดเป็น 98.4% โดยมี EBITDA รวม 15,914 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 24.5%
Mobility หนุนกำไร - Lifestyle โตแรงจาก Café Amazon
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR เปิดเผยว่า การเติบโตในไตรมาสนี้ได้รับแรงหนุนจาก กลุ่มธุรกิจ Mobility ที่มีกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจาก น้ำมันดีเซลและเบนซิน
ขณะที่ กลุ่มธุรกิจ Lifestyle เติบโตทั้งในส่วนของอาหาร เครื่องดื่ม และค้าปลีก โดยเฉพาะ Café Amazon ซึ่งในไตรมาส 3 มียอดจำหน่ายรวมกว่า 109 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่กลับมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
ส่วนกลุ่มธุรกิจ Global ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยยังมีการเติบโตในประเทศ สปป. ลาว และฟิลิปปินส์ แม้ราคาจำหน่ายเฉลี่ยต่อลิตรจะลดลง
มุ่งขยายเครือข่าย - ขับเคลื่อนสู่พลังงานสะอาด
อย่างไรก็ตาม OR ยังคงเดินหน้าขยาย สถานีบริการ PTT Station และ EV Station PluZ ซึ่งเปิดให้บริการแล้วกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมเพิ่มปริมาณจำหน่ายน้ำมันอากาศยานตามภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว
ด้านธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ปัจจุบัน OR มีเครือข่ายรวมกว่า 4,729 สาขา ครอบคลุม Café Amazon, Pearly Tea, Pacamara และร้านค้าปลีกอื่น ๆ เช่น 7-Eleven, จิฟฟี่ และร้านสุขภาพ–ความงาม found & found ซึ่งตั้งเป้าขยายเป็น 50 สาขาในปี 2569 เพื่อเสริม Ecosystem ธุรกิจให้ครบวงจร
โบรกเกอร์ คงคําแนะนํา "ซื้อ" คงราคาเป้าหมาย 2569F 17.90 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยังคงคำแนะนำซื้อ โดยคงราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 17.90 บาท อิงจาก PE ที่ 15.0x นอกจากนี้ เรายังคงเลือก OR เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มพลังงาน เนื่องจาก
- ผลประกอบการดีขึ้นใน ไตรมาส 3/2568
- คาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นอีก ใน 4Q68F เพราะเป็นช่วง high season ของการท่องเที่ยวไทย และคาดว่าค่าการตลาดน้ำมันของทั้งเบนซินและดีเซลจะเพิ่มขึ้นทั้งนี้ ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนกลุ่มน้ำมันเป็นบวกอยู่ที่ 2.80 หมื่นล้านบาท ซึ่งทยอยบวกเพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์
ส่วนความเสี่ยง ยังต้องจับตา ความผันผวนของค่าการตลาดน้ำมัน,ปริมาณยอดขายน้ำมัน และปริมาณยอดขายกาแฟ
ทั้งนี้ มองว่าปัจจัสำคัญที่น่าสนใจ คือ
- กำไรจากธุรกิจน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก QoQ ในไตรมาส 3/2568 เพราะค่าการตลาดน้ำมันของ OR เพิ่มขึ้น 20% QoQ เป็น 1.02บาท/ลิตร เนื่องจากค่าการตลาดน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นหลังจากที่สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนกลุ่มน้ำมันพลิกจากติดลบมาเป็นบวกตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม แต่อย่างไรก็ตามปริมาณยอดขายน้ำมันของ OR ลดลง 7% QoQ เป็น 5,933 ล้านลิตร เพราะได้รับผลกระทบจากฤดูฝน
- กำไรจากธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมันลดลงเล็กน้อย QoQเพราะ EBITDA margin ลดลง QoQ จาก 28.7% เป็น28.2%เพราะผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมันของORขยับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย2% QoQ เป็น 6.3พันล้านบาท เนื่องจากปริมาณยอดขายกาแฟของบริษัทเพิ่มขึ้น 2% QoQ เป็น 109 ล้านแก้ว ทําสถิติสูงสุดรายไตรมาสใหม่เนื่องจากอุปสงค์กาแฟ premium แข็งแกร่งขึ้นหลังจากที่บริษัทเปิดตัว brand ambassador คนใหม่เมื่อเดือนกรกฎาคม
- กำไรจากธุรกิจในต่างประเทศลดลงQoQ เพราะปริมาณยอดขายน้ำมันลดลงเป็น 479 ล้านลิตร (-16% QoQ) และปริมาณยอดขายกาแฟลดลงเป็น 5.0ล้านแก้ว(-41% QoQ) เพราะถูกกดดันจากผลกระทบของกรณีพิพาทไทย - กัมพูชาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
- สําหรับรายการพิเศษ บริษัทบันทึกกำไรพิเศษ 103ล้านบาทจากการกลับรายการสํารองหนี้สงสัยจะสูญใน 3Q68
- ณ สิ้นงวด 3Q68 OR มีสถานีบริการน้ำมันรวม 2,365สถานี (+17สถานี QoQ) และมีสาขาร้าน Café Amazon รวม 4,613ร้าน (+66ร้านQoQ) ในประเทศไทย
สำหรับราคา หุ้น OR วันนี้ (13 พ.ย.) อยู่ที่ 13.70 บาทต่อหุ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB