KAMU KAMU รีแบรนด์ในรอบ 14 ปี รับตลาดชานมแข่งขันเข้ม
KAMU KAMU รีแบรนด์ในรอบ 14 ปี ชิงส่วนแบ่งตลาดชานมแข่งขันเข้ม มูลค่า 20,000 ล้าน โต 7% ต่อปี
หากพูดถึงตลาดชานมในประเทศไทย ยังคงมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง โดยมีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท และขยายตัวเฉลี่ย 7% ต่อปี ท่ามกลางการแข่งขันที่ยังเข้มข้น หลายแบรนด์ต้องการดึงลูกค้าฐานเดิมพร้อมๆ กับ เจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ Gen Z และ Gen Alpha ด้วยการ ปรับภาพลักษณ์หรือรีเฟรชแบรนด์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากที่สุด หนึ่งในหนึ่งคือ คามุ คามุ (KAMU KAMU)
แบรนด์เครื่องดื่มชานมและกาแฟสัญชาติไทย ที่ประกาศรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ในโอกาสครบรอบ 14 ปี ภายใต้แนวคิด “Spark Joy Everyday เสิร์ฟความฟินทุกวันได้ที่คามุ”
นายทินกฤต สินทัตตโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คามุ คามุ จำกัด เผยว่า จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคของคามุ คามุ พบว่า คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Early Working Adults มีแนวโน้มบริโภคเครื่องดื่มแบบ Made-to-Order มากขึ้น เฉลี่ย 3 - 4 ครั้งต่อสัปดาห์
ขณะเดียวกันเทรนด์ตลาดยังสะท้อนถึงความนิยมในเมนู ผลไม้ ชาชีส และเครื่องดื่มหลายเลเยอร์ แนวคิด “Spark Joy Everyday” จึงถูกต่อยอดเป็นแรงบันดาลใจให้คามุ คามุ ที่สะท้อนรสนิยมของผู้บริโภครุ่นใหม่ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แสวงหาความสุขในทุกแก้วที่ดื่ม
นอกจากนี้ ยังขยายธุรกิจเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชานมและกาแฟ โดยตั้งเป้าเพิ่มร้านสาขาครบ 300 แห่ง ภายในปี 2571
อย่างไรก็ตาม การรีแบรนด์ครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตระยะยาว โดยมุ่งยกระดับแบรนด์ให้มีความสดใหม่ ทันสมัย และใกล้ชิดผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เพื่อขยายฐานสู่กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Gen Alpha ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและมีอิทธิพลต่อเทรนด์การบริโภคในอนาคต ควบคู่ไปกับฐานลูกค้าเดิม โดยตั้งเป้าเพิ่มยอดขายสาขาเดิมอย่างน้อย 10% ต่อปี และเดินหน้าขยายสาขาจากกว่า 190 แห่งทั่วประเทศ เพิ่มเฉลี่ยปีละ 30 สาขา
พร้อมตั้งงบลงทุน 8 หลัก เพื่อขยายสาขาและปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ คามุ คามุ เติบโตอย่างยั่งยืน และได้เปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์ 2 สาขา ได้แก่ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และ สาขาสินธร ทาวเวอร์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB