"Volume เบาบางต่อ ถึงธันวาคม" ตลาดหุ้นไทยยัง Underperform
"Volume เบาบางต่อ ถึงธันวาคม" ตลาดหุ้นไทยยัง Underperform ทั้งความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง–งบขาดดุล–หยุดยาว กดดันดัชนี
บล.เอเชีย พลัส วิเคราะห์หุ้นวันนี้ ระบุว่า ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นปัจจัยหนุนหลักที่ทำให้ ตลาดหุ้นดีดตัวในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในเดือน ธ.ค. 68 อาจจะต้องระมัดระวัง มากขึ้น จากการเดินหน้านโยบายการเงินที่มีโอกาสแตกต่างกันระหว่าง FED และ BOJ
โดย FED ประชุม 10 ธ.ค. 68 คาดปรับลดดอกเบี้ย -25 BPS. ขณะที่ BOJ ประชุม 19 ธ.ค. 68 คาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย +25 BPS
(ส่วนต่างดอกเบี้ย 2 ประเทศนี้แคบลง) • ซึ่งในปัจจุบันกระแสข่าว “YEN CARRY TRADE” ใน SOCIAL MEDIA เริ่มมีจำนวน มากขึ้น สะท้อนถึงความกังวลที่อาจตามมาดังเช่นในอดีต
สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประกาศตัวเลขดัชนี PMI ของจีน ในเดือน พ.ย. 68 และปัจจัยที่ใผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลก
ปัจจัยในประเทศในประเทศ
ภาคการส่งออก ซึ่งเป็นพระเอกของ GDP ถูกคาดว่าจะหดตัวติดลบ - 0.3%YOY ในปี 2569 สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของสินค้าไทยที่ตก ยุคและการกีดกันทางการค้าโลกที่ผันผวนอยู่
ขณะที่ เศรษฐกิจไทยซบเซาทำให้รายได้ภาครัฐ (ภาษี) ลดลง ส่งผลให้การขาด ดุลงบประมาณ พุ่งลึกกว่า -4.5% ต่อ GDP ในปี 2568-2569 ทำให้ รัฐบาลมี "กระสุน" ในการกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยลง และมีความเสี่ยงที่ ประเทศจะถูก ลดอันดับความน่าเชื่อถือ (CREDIT RATING)
อย่างไรก็ตาม เดือน พ.ย. ภาพรวมตลาดหุ้นมีการสลับจากหุ้น GROWTH มา เข้าหุ้น VALUE มากขึ้น หนุนทองคำ +4.1%, MSCI VALUE +1.1% ตรงข้าม MSCI GROWTH -1.9% และ BITCOIN -17% • กลับมาที่ตลาดหุ้นไทย UNDERPERFORM -4.3% (MTD) พร้อม มูลค่าซื้อขายทั้งเดือนเฉลี่ยเบาบาง 3.4 หมื่นล้านบาท จากความ เชื่อมั่นการเมืองลดลง บวกน้ำท่วมหาดใหญ่ และเดือน ธ.ค. วันหยุด เยอะมูลค่าซื้อก็อาจเบาบางต่อ TOPPICK เลือก ERW, BDMS
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB