สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคา วันที่ 4 ธ.ค.68 ปิดตลาด ปรับขึ้น 150 บาท
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ปิดตลาด ปรับเพิ่มขึ้น 150 บาท เทียบกับวันก่อนหน้า ตลอดวันปรับราคา 14 รอบ
สมาคมค้าทองคำ ประกาศ ราคาทอง วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ปิดตลาด ปรับเพิ่มขึ้น 150 บาท
- ทองคำแท่ง รับซื้อคืน 63,550.00 บาท/บาททองคำ และขายออก 63,650.00 บาท/บาททองคำ
- ทองรูปพรรณ รับซื้อคืน 62,277.28 บาท/บาททองคำ และขายออก 64,450.00 บาท/บาททองคำ
- ทองครึ่งสลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 8,756 บาท
- ทอง 1 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 16,713 บาท
- ทอง 2 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 32,625 บาท
- ทอง 2 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 128,900 บาท
- ทอง 5 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 322,250 บาท
ทองคำในประเทศ อ้างอิงตลาดสปอตที่ 4,200.50 ดอลลาร์/ออนซ์ และอิงค่าเงินบาท 32.04 บาท/ดอลลาร์
สำหรับสถานการณ์ ราคาทองคำ
YLG ชี้ การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางเพิ่มขึ้นในเดือนต.ค.สะท้อนเทรนด์ขาขึ้นต่อเนื่อง ให้เป้าหมายราคาทองคำปี69ที่ 4,900 - 4,500 ดอลลาร์ ทองแท่งไทยมีลุ้นแตะ 75,000 - 68,000 บาท
โดยนางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า ล่าสุดการรายการการเข้าซื้อทองคำในเดือนตุลาคมของธนาคารกลางที่ยังคงแข็งแกร่งมียอดรวม 53 ตัน เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการทองคำของธนาคารกลางในปี 2568 มีความแข็งแกร่งตลอดทั้งปี แม้ยอดซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่มกราคมถึงตุลาคมจะเป็นอัตราที่ช้าลงเมื่อเทียบกับสามปีที่ผ่านมา อันเป็นผลมาจากราคาทองคำที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าเทรนด์การซื้อทองคำของธนาคารกลางจะยังคงอยู่ในทิศทางการเข้าซื้อต่อไป
ล่าสุดพบว่า ธนาคารกลางแห่งชาติโปแลนด์ ได้กลับมาเข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากหยุดการซื้อไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ขณะที่ธนาคารกลางบราซิล ซื้อทองคำเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน โดยเพิ่ม 16 ตันในเดือนตุลาคม หลังจากเข้าซื้อ 15 ตันในเดือนกันยายน นอกจากนี้ธนาคารกลางอุซเบกิสถาน ซื้อเพิ่ม 9 ตัน ธนาคารแห่งอินโดนีเซีย ซื้อเพิ่ม 4 ตัน ธนาคารกลางตุรกี ซื้อเพิ่ม 3 ตัน ธนาคารแห่งชาติเช็กซื้อเพิ่ม 2 ตัน ธนาคารแห่งชาติสาธารณรัฐคีร์กีซซื้อเพิ่ม 1 ตัน ธนาคารแห่งกานาซื้อเพิ่ม1 ตัน ธนาคารประชาชนจีนซื้อเพิ่ม 1 ตัน ธนาคารแห่งชาติคาซัคสถานซื้อเพิ่ม 1 ตัน และธนาคารกลางฟิลิปปินส์ซื้อเพิ่ม 1 ตัน
ทั้งนี้ หากพิจารณาจากราคาทองคำตั้งแต่ต้นปีที่เปิดตลาดในเดือน ม.ค. ที่ ประมาณ 2,624 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ จนกระทั่งเมื่อเดือน ต.ค. ราคาพุ่งขึ้นไปสูงกว่า 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ถือว่าราคาพุ่งตัวขึ้นไปอย่างมากแต่ธนาคารยังคงเข้าซื้อทองคำเพิ่ม แสดงว่านโยบายของธนาคารกลางต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางการเงินของประเทศและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกมากกว่าเรื่องราคา โดยเฉพาะการกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ (Diversification & De-Dollarization) การป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการรับมือกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ
ดังนั้น วายแอลจี ประเมินว่าในปี 2569 ธนาคารกลางทั่วโลกจะยังคงเดินหน้านโยบายการซื้อทองคำต่อไป และจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงในช่วงนี้จะเป็น 2 ปัจจัยหลักสำคัญที่ผลักดันราคาทองคำให้ทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยวายแอลจีให้เป้าหมายราคาทองคำปี 2569 ที่ 4,900-4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หรือหากคิดเป็นราคาทองคำในประเทศโดยคำนวณจากค่าเงินบาทที่ 32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จะมีเป้าหมายที่ 75,000 - 68,000 บาทต่อบาททองคำ
อย่างไรก็ดี ราคาทองคำจะมียังหวะที่ถูกเทขายทำกำไรเป็นระยะ นักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อสามารถรอจังหวะเข้าซื้อได้ หากราคาทองคำย่อตัวลงที่ระดับ 4,074 - 3,991 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB