รัฐบาลทรัมป์จ่อสอบดีล “เน็ตฟลิกซ์-วอร์เนอร์”
หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ จับตาดีลควบรวมกิจการสตรีมมิ่งครั้งใหญ่ของโลก ระหว่าง “เน็ตฟลิกซ์” กับ “วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี”
ภายหลังจากที่ “เน็ตฟลิกซ์” แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศชนะการประมูล เข้าซื้อธุรกิจภาพยนตร์และสตรีมมิ่งของค่าย “วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี” (Warner Bros Discovery) สตูดิโอฮอลลีวูดชื่อดัง รวมถึงแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของบริษัทอย่าง HBO Max เป็นเงินมูลค่า 72,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 2.4 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเทกโอเวอร์ครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการสื่อโลก ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากบรรดาคนดัง และกลุ่มผู้อำนวยการสร้างชื่อดังหลายคน ที่พยายามกดดันสภาคองเกรสให้คัดค้านดีลนี้
หนึ่งในนั้น คือ เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับไททานิก ที่เรียกการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ว่าเป็น “หายนะ”
ดีลนี้จะรวมเอาแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยอดนิยมที่สุด 2 เจ้าไว้ด้วยกัน คือ เน็ตฟลิกซ์ ที่มียอดสมัครใช้งานทั่วโลกกว่า 300 ล้านบัญชี และ HBO Max ที่มียอดผู้ใช้งาน 128 ล้านบัญชี
ข้อมูลจาก Sensor Tower ชี้ว่า เน็ตฟลิกซ์ ครองส่วนแบ่งผู้ใช้งานรายเดือนผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ คิดเป็นสัดส่วน 46% แต่หากรวม HBO Max เข้าไปด้วย ส่วนแบ่งดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 56%
ดีลนี้กลายเป็นข่าวใหญ่และเป็นที่สนใจของผู้บริโภค คนในแวดวงบันเทิง รวมถึงสภาสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่า เอลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกรัฐแมสซาชูเซตส์ จากพรรคเดโมแครต ได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบเรื่องการผูกขาดแล้ว เพราะเชื่อว่าดีลนี้ จะสร้างบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ที่มีอำนาจควบคุมตลาดสตรีมมิ่งเกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งอาจบีบให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันต้องจ่ายค่าสมาชิกที่สูงขึ้น และมีตัวเลือกน้อยลงในการรับชมคอนเทนต์ ในขณะเดียวกันก็ทำให้แรงงานชาวอเมริกันตกอยู่ในความเสี่ยง
แม้แต่ทำเนียบขาวเอง ก็เฝ้าดูดีลควบรวมกิจการนี้ด้วยความสงสัย
ทั้งนี้ คาดว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ น่าจะเป็นหน่วยงานที่เข้ามาพิจารณาตรวจสอบดีลนี้ เหมือนเช่นที่เคยทำกับดีลของบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ในอดีต และคาดว่ากระบวนการตรวจสอบอาจใช้เวลาหลายเดือน หรืออาจลากยาวเป็นปี
ขณะที่เน็ตฟลิกซ์เอง เคยประเมินไว้ว่า การควบรวมกิจการน่าจะใช้เวลาราว 12-18 เดือน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB