ราคาทองวันนี้ ปิดตลาด "ปรับลดลง 50 บาท" จากวันเสาร์
สมาคมค้าทองคำ ประกาศ ราคาทอง วันที่ 8 ธันวาคม 2568 ปิดตลาด "ลง 50 บาท" จากวันเสาร์ ปรับราคา 10 ครั้ง
สมาคมค้าทองคำ ประกาศ ราคาทอง วันที่ 8 ธันวาคม 2568 ปิดตลาด"ลง 50 บาท" จากวันเสาร์
- ทองคำแท่ง รับซื้อคืน 63,350.00 บาท/บาททองคำ และขายออก 63,450.00 บาท/บาททองคำ
- ทองรูปพรรณ รับซื้อคืน 62,080.20 บาท/บาททองคำ และขายออก 64,250.00 บาท/บาททองคำ
- ทองครึ่งสลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 8,731 บาท
- ทอง 1 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 16,663 บาท
- ทอง 2 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 32,525 บาท
- ทอง 2 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 128,500 บาท
- ทอง 5 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 321,250 บาท
ทองคำในประเทศ อ้างอิงตลาดสปอตที่ 4,209.00 ดอลลาร์/ออนซ์ และอิงค่าเงินบาท 31.85 บาท/ดอลลาร์
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ภาพรวมราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในเชิงบวก โดยราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญที่บริเวณ $4,155 ได้อย่างมั่นคง หากระดับดังกล่าวยังถูกประคองไว้และมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่อง ราคาทองคำมีโอกาสขยับขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ $4,300 และ $4,380 ตามลำดับ
ซึ่งเทียบเป็นราคาทองไทยประมาณ 64,800 และ 66,000 บาท ดังนั้นจึงแนะนำกลยุทธ์ “รอย่อซื้อ” ที่บริเวณแนวรับ $4,200 / $4,175 หรือราคาทองไทยประมาณ 63,500 / 63,000 บาท ทั้งนี้ หากราคาทองคำอ่อนตัวแต่ไม่หลุดต่ำกว่า $4,150 หรือราว 62,800 บาท ยังถือว่าโครงสร้างภาพรวมเป็นขาขึ้น ขณะเดียวกัน หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ย ก็จะยิ่งช่วยหนุนให้ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับแรงหนุนที่สำคัญ ภายใต้ปัจจัยความคาดหวังต่อนโยบายอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยถึงการได้ตัดสินใจเลือกผู้ที่จะเสนอชื่อเป็นประธานเฟดคนใหม่แล้ว และคาดหวังว่าผู้ที่ถูกเลือกจะดำเนินนโยบายลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดทองคำ โดยมีชื่อของนาย Kevin Hassett ที่ปรึกษาเศรษฐกิจใกล้ชิดทรัมป์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวเต็งที่จะเข้ารับตำแหน่ง ต่อจากนาย Jerome Powell ซึ่งปัจจัยดังกล่างจึงช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในเชิงบวกต่อทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัยอื่นๆ
ตลาดกำลังประเมินโอกาสเฟด จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยช่วง ธ.ค.นี้ โดยล่าสุด FedWatch Tool ประเมินความเป็นไปได้สูงถึงประมาณ 89% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มอ่อนแรงลง ทั้งภาคแรงงาน, การใช้จ่ายผู้บริโภค และความเชื่อมั่น ทำให้สนับสนุนแนวคิดที่ว่า เฟดอาจ ต้องลดดอกเบี้ยเพื่อประคองเศรษฐกิจ และความคาดหวังดังกล่าวส่งผลให้เกิดแรงหนุน ทำให้ราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญได้อย่างแข็งแกร่ง
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก Goldman Sachs ได้ตอกย้ำมุมมองเชิงบวกของตลาดต่อทองคำ โดยกว่า 70% ของนักลงทุนสถาบันทั่วโลกมองว่า ทองคำยังคงอยู่ในรอบขาขึ้น และมองเป้าหมายระยะยาวในโซน $4,500 – $5,000 หรือสูงกว่า โดยแรงหนุนสำคัญมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ การเข้าซื้อของธนาคารกลาง, การอ่อนค่าของดอลลาร์, ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์, และความต้องการกระจายความเสี่ยงจากหุ้นและคริปโต ดังนั้นมุมมองดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าในปัจจุบันทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ควรถือมากกว่าควรขาย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB