บาทแข็งทำสถิติครั้งใหม่ในรอบ 4 ปีครึ่ง ผ่าน 31.50 บาท
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยบาทแข็งทำสถิติ ผ่าน 31.50 บาท กนง.ยกระดับติดตามความเคลื่อนไหว ขณะที่หุ้นรอตัวเลขส่งออก พ.ย.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานความเคลื่อนไหวเงินบาทในช่วงวันที่ 15-19 ธันวาคม 2568 ว่า เงินบาททำสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปีครึ่งครั้งใหม่ ทั้งนี้เงินบาทแข็งค่าผ่านแนว 31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาคและการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ยังคงถูกกดดันจากการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯในปีหน้า
อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกและอ่อนค่ากลับมาบางส่วนในช่วงกลางสัปดาห์ หลัง กนง. มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยลงมาที่ระดับ 1.25% พร้อมกับมีการระบุถึงการยกระดับการติดตามการเคลื่อนไหวของเงินบาท ซึ่งแข็งค่าขึ้นตามการคาดการณ์ดอกเบี้ยเฟดและปัจจัยเฉพาะของไทย นอกจากนี้ ในระหว่างสัปดาห์ ธปท. ยังส่งสัญญาณติดตามธุรกรรมที่อาจส่งผลทางตรงและทางอ้อมต่อค่าเงินบาททั้งในส่วนของธุรกรรมทองคำในรูปแบบ Paper Trade สินทรัพย์ดิจิทัล และช่องทางอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้งช่วงท้ายสัปดาห์ และแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบประมาณ 4 ปีครึ่งครั้งใหม่ที่ 31.36 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงกดดัน หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ มีทิศทางชะลอลง ซึ่งทำให้ตลาดยังคงให้ความสนใจไปที่โอกาสความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยมากกว่าที่สื่อสารไว้ใน Dot Plot ในปี 2569
ส่วนสัปดาห์ระหว่างวันที่ 22-26 ธ.ค. 2568 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.30-31.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ท่าทีต่อสถานการณ์เงินบาทของทางการไทย ตัวเลขการส่งออกเดือนพ.ย. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางค่าเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก สถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ตลอดจนยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค. ข้อมูลจีดีพีและดัชนีราคา PCE/Core PCE ประจำไตรมาส 3/2568 ของสหรัฐฯ
ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นในช่วงแรก ก่อนจะทยอยย่อตัวลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ทั้งนี้ SET Index ดีดตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์สวนทางภาพรวมตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวลง โดยหลักๆ มีปัจจัยหนุนจากความชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นการเมืองในประเทศ หลังกกต.กำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ซึ่งประเด็นดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อหุ้นทุกกลุ่ม นำโดย เทคโนโลยีและพลังงาน
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงในเวลาต่อมาท่ามกลางแรงขายจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ โดยเฉพาะหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง ตามการปรับตัวลงของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ประกอบกับขาดปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามาหนุนตลาด ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงต่อหลังการประชุมกนง. โดยแม้กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายตามคาด แต่ก็ได้ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569-2570 มีแนวโน้มชะลอลง ซึ่งกระตุ้นแรงขายทำกำไรในหุ้นหลายกลุ่ม
สำหรับดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพ.ย. ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลงอีก
ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ 22-26 ธ.ค. 2568 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,240 และ 1,230 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,275 และ 1,285 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือนพ.ย. 2568 ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 รวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค. ของสหรัฐฯ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 ของอังกฤษ ตลอดจนผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกเดือนพ.ย. ของญี่ปุ่น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB