InnovestX มองกลยุทธ์หุ้นไทยวันนี้ ลุ้นแรงซื้อสิ้นปี
กลยุทธ์หุ้นไทยวันนี้ ลุ้นแรงซื้อสิ้นปี ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ 1230-1285 จุด
InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX คาดว่าตลาดแกว่งไซด์เวย์/รีบาวด์ คาดปริมาณการซื้อ-ขายยังเบาบาง วันก่อนการซื้อ-ขายน้อยเป็นประวัติการณ์ต่ำสุดในรอบเกือบ 14 ปี
อย่างไรก็ตาม แรงซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีและ Window Dressing เป็นความหวัง
ขณะที่สถิติ 5 ปีที่ผ่านมาชี้ว่าผลตอบแทน SET ในสัปดาห์แรกของปีให้ผลตอบแทนบวกเฉลี่ย 1.3% รายกลุ่มหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ลงแรง คาดได้รับผลจากทองแดงทำจุดสูงสุดตลอดกาลใหม่ ทางเทคนิค หากพักสั้นเพื่อขึ้นไม่ควรหลุดต่ำกว่า 1260-1257 อีก มีแนวต้านที่ 1270/1275
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ 1230-1285 จุด โดยตลาดยังขาดปัจจัยชี้นำใหม่ ทำให้มีวอลุ่มการซื้อขายที่เบาบางลง เพราะบรรยากาศช่วงปลายปี เข้าสู่เทศกาลที่นักลงทุนต่างชาติชะลอการซื้อขาย
ทำให้ ปัจจัยในประเทศ น่าติดตามเป็นหลักมากกว่า เช่น รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและนโยบายหลักแต่ละพรรค ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและผลประกอบการของ บจ. ไทย, ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นการลงทุน
แต่ก็มีปัจจัยบวกที่ช่วยพยุง เช่น แรงซื้อจากกองทุนลดหย่อนภาษีอย่าง ThaiESG ที่อาจเข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่องในระยะสั้น และการทำ Window Dressing ที่นักลงทุนสถาบันบางส่วนอาจใช้ปรับพอร์ตให้ดูดีก่อนสิ้นปี
ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น Defensive ซึ่งผลการดำเนินงานสามารถต้านทานความผันผวนภายนอก โดยเราคาด 4Q68 กำไรยังเติบโตดี YoY และแนะนำ Outperform จากแนวโน้มธุรกิจดี แนะนำ ADVANC BDMS BEM BGRIM GULF PTT
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น
- หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SETESG Rating A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO
- หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 2568 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI
3. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้าอีก 2 ครั้ง อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลง เพราะมีภาระหนี้สินซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือ กำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้งหุ้นกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL
4. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ
- หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากเม็ดเงินเข้าสู่ระบบในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CPAXT) กลุ่มอาหาร (GFPT) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD) ขณะที่แนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนระยะสั้นในหุ้นกลุ่มรับเหมาและกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เพราะเชื่อมโยงกับนโยบายและโครงการของรัฐ
- หุ้น SET50 ที่คาดได้อานิสงส์จากทำปิด Window Dressing แนะนำ BDMS BH MINT CPF LH ซึ่งราคาหุ้นปรับลง YTD และพบสถิติย้อนหลัง 5 ปีราคาหุ้นจะปรับขึ้นเฉลี่ย 2.2% หากซื้อก่อน 5 วันทำการสุดท้ายก่อนสิ้นปี
- หุ้นที่อยู่ใน SETESG และ SET100 ที่คาดได้อานิสงส์จากมีแรงซื้อโค้งสุดท้ายกองทุนลดหย่อนภาษี ThaiESG โดยเลือกหุ้นที่ล่าสุด ตลท. ประกาศผล SET ESG Rating ดีขึ้นตั้งแต่ A ขึ้นไปและเราแนะนำ Outperform อีกทั้งราคาหุ้นปรับลง YTD เลือก BDMS CHG ERW GLOBAL HMPRO PRM
Daily Top Picks
GPSC: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนก๊าซฯ ต่ำสุดในรอบ 21 เดือน หนุน SPP Margin และคาดกำไร 4Q68 เพิ่มทั้ง YoY และ QoQ จากต้นทุนก๊าซที่ลดลง 10%YoY และ 5%QoQ และยังมี Upside จากแผน Asset Monetization ของกลุ่ม PTT ที่อาจซื้อ SPP เพิ่ม 300–350MW คาดหนุนกำไรเพิ่ม 1 พันล้าน เป้าหมายระยะสั้น 37 บาท
BDMS: มีปัจจัยหนุนระยะสั้นจากโอกาสได้ประโยชน์ธีม Window Dressing หลังราคาลดลง YTD ขณะที่ ESG Rating สูงขึ้นเป็น AAA และกำไรไม่ผันผวนตามปัจจัยภายนอก โดยปี 2568 คาดกำไรปกติเติบโต 3%YoY และเติบโตต่อ 8%YoY ในปี 2569 และอัตราผลตอบแทนปันผลน่าสนใจช่วยลดความเสี่ยงขาลง เป้าหมายระยะสั้น 20.10 บาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB