บล.เอเชีย พลัส วันปิดปีอาจเห็น SET แดงตามตลาดหุ้นโลก
บล.เอเชีย พลัส วันปิดปีอาจเห็น SET แดงตามตลาดหุ้นโลก หลายสินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขายทำกำไร (TAKE PROFIT) โดยเฉพาะตลาดโลหะมีค่า
บล.เอเชีย พลัส ระบุว่า วานนี้ หลายสินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขายทำกำไร (TAKE PROFIT) โดยเฉพาะตลาดโลหะมีค่า กดดันราคาทองคำร่วงสูงสุด -5% (หนักที่สุดตั้งแต่ 21 ต.ค. 68) เงินดิ่ง -11% (หนักที่สุดตั้งแต่ ก.ย. 2020) รวมถึงแพลทินัมร่วง -7% และพาลาเดียม -11% หลังCME GROUP ปรับเพิ่ม MARGIN REQUIREMENTS ทำให้ต้นทุนการถือสัญญาฟิวเจอร์สสูงขึ้น และเมื่อมองไปข้างหน้า ธนาคารกลางต่างๆ มีโอกาสลดดอกเบี้ยน้อยลง ซึ่งอาจทำให้สภาพคล่องส่วนเกินน้อยลงด้วย
อย่างไรก็ตาม ในเชิงปัจจัยพื้นฐานยังมีความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์อยู่ ทั้งความตึงเครียดตะวันออกกลางและคาบสมุทรไต้หวัน ผลักให้ราคาน้ำมัน BRENT กลับขึ้นมายืนเหนือ 61 เหรียญฯ/บาเรล
โฟกัสในประเทศ
- วานนี้ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงแรงที่สุดในรอบกว่า 7 เดือน มาอยู่ที่ระดับ 31.6 บาท/ดอลลาร์ โดยในเชิงปัจจัยพื้นฐานคาดว่าค่าเงินบาทยังมีโอกาสรักษาฐานบริเวณ 31 บาท/ดอลลาร์ไว้ได้ ทั้งการปรับลดดอกเบี้ย และมาตรการลดความผันผวนของค่าเงินบาท
- สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะได้รับ SENTIMENT เชิงบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า อาทิ กลุ่มส่งออก CPF ITC, กลุ่มท่องเที่ยว ERW CENTEL,กลุ่มท่องเที่ยว BDMS BCH เป็นต้น
REGION RADAR
- GRAB ปี 2025 เป็นปีแรกที่ผลประกอบการของบริษัทเริ่มพลิก กลับมามีกำไรหลังจากที่บริษัทขาดทุนต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หลังบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ออกมาแข็งแกร่ง ตลาดได้มีการปรับคาดการณ์กำไรในปีหน้าของบริษัทขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- BABA80 (9988 HK) มีปัจจัยสนับสนุนกำไรจาก AI และ CLOUD ที่คาดว่าจะเป็น เครื่องยนต์ขับเคลื่อนกำไร ในอนาคต, ECOMMERCE ยังคงเป็นธุรกิจหลักสำหรับ แหล่งรายได้คาดว่า EPS GROWTH จะเพิ่มขึ้น 50% YOY ทำให้ PER69F ดูสมเหตุสมผล
SYNAPSE STRATEGY
- แรงกดดันระยะสั้นมาจากหุ้นเทคโนโลยีโลกถูก TAKE PROFIT (ส่งผลลบต่อ ETRON ไทย) และ ค่าเงินบาทอ่อนค่าแรง ทำให้เกิดความเสี่ยง FLOW ต่างชาติไหลออก และตลาดหุ้นมีแนวโน้มเป็นลบได้ในวันนี้
- อย่างไรก็ตามช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีในการสะสมหุ้นที่คาดการณ์กำไรปี 2569 เติบโตเด่น โดยเฉพาะกลุ่ม PKG (เติบโต 26.7% นำโดย SCGP), และ PETRO (คาดการณ์TURNAROUND นำโดย IVL)
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB