ราคาทองผิดปกติมาก จากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก มอง ทรัมป์ ดันราคาพุ่งทะลุ 71,000 บ. เตือน นักลงทุนระวังความผันผวน
สมาคมค้าทองคำ ชี้ ราคาทองคำ มีความผิดปกติมากจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก มอง ทรัมป์ ดันราคาทองพุ่งแรงทะลุ 71,000 บาท เตือน นักลงทุนระยะสั้นระวังความผันผวน หลังราคาขยับเร็วต่อเนื่อง
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาทองคำ ว่า วันนี้ราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างแรง สาเหตุสำคัญที่มาจากปัญหาความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นความพยายามในการเข้าครอบครองดินแดนกรีนแลนด์ของสหรัฐอเมริกา สร้างความขัดแย้งกับพันธมิตรในยุโรป และสมาชิกนาโต (NATO)
รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ความขัดแย้งโลกสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้นักลงทุนรวมถึงธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลกขาดความเชื่อมั่น
ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ จึงหันมาเทขายดอลลาร์ และเข้าถือครองทองคำแทน
ทั้งนี้ จากปัจจัยทั้งหมด ทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่าที่ตนคาดการณ์ไว้ จากก่อนหน้านี้ที่คาดว่าปีนี้มีโอกาสเห็นราคาทองคำแท่งทะลุ 70,000 บาท ในช่วงหลังไตรมาส 2 ไปแล้ว แต่วันนี้ราคาทองคำกลับพุ่งขึ้นทะลุ 71,000 บาท ในช่วงเช้าราคาทองคำมีการปรับตัวกว่า 15 ครั้ง (11.30) รวมกว่า 1,500 บาท
จึงถือว่าการปรับขึ้นของราคาทองเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยปีนี้เราได้คาดการณ์ราคาทองคำโลก (Gold Spot) มีโอกาสขยับขึ้นไปแตะระดับ 4,900 - 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันคาดว่าราคาทองคำโลกจะปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุเป้าหมายได้ในปีนี้
“ราคาทองคำปัจจุบันมีความผิดปกติมากๆ ซึ่งตนอยู่ในวงการทองคำมา 71 ปี ยังไม่เคยเห็นราคาทองเป็นเช่นนี้มาก่อน ซึ่งมันผิดปกติมาก เฉลี่ย 40 ปีที่ผ่านมาราคาทองคำขึ้นมาประมาณ 8-9% แต่เมื่อทรัมป์มาปีแรก ราคาทองคำปรับตัวขึ้นประมาณ 28% ในปีที่ 2 ปรับขึ้นมา 68% ตอนนี้ราคาทองคำยังปรับตัวพุ่งขึ้นไม่หยุด และยังมีโอกาสจะปรับตัวขึ้นมาอีก จากปัจจัยที่คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ในช่วงเดือน มี.ค. 2569 และราคาทองคำจะแตะ 5,000 เหรียญในช่วงสิ้นปีนี้ ส่วนทองไทยคาดว่า จะอยู่ที่ 75,000 บาทต่อบาททองคำ โดยค่าเงินบาทจะต้องอยู่ที่ประมาณ31 บาทต่อดอลลาร์"
นายจิตติ ระบุว่า หากค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลงเพียง 10 สตางค์ จะส่งผลให้ราคาทองคำเปลี่ยนไปถึง 210 บาท ซึ่งถือเป็นระดับความผันผวนที่ค่อนข้างสูง พร้อมแนะนำการลงทุนทองคำ ที่นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ผ่านมาแล้ว 21 วันราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นกว่า 6,000 บาท
ดังนั้น นักลงทุนระยะยาว สามารถเลือกซื้อเพื่อสะสมหรือลงทุนได้ เนื่องจากทิศทางราคายังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ ขณะที่ นักลงทุนระยะสั้น ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากราคาที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วอาจนำไปสู่การพักฐานหรือการปรับสมดุลในระยะสั้น จึงควรหาจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม
ด้านนางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี ราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) พุ่งขึ้นมาทะลุระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกว่า 9% จากราคาเปิดต้นปี อยู่ที่ประมาณ 4,321 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาที่ปรับขึ้นมาในระดับนี้เพียง 20 วันถือว่าเป็นการปรับขึ้นที่เร็วกว่าคาดหมาย แถมยังเป็นการเปิด gap ในวันจันทร์ทุกสัปดาห์ ขานรับความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทองคำไทย (ทองคำแท่ง 96.5%) จากต้นปีจนถึงวันที่ 20 ม.ค. 2569 ราคาขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 69,300 บาทต่อบาททองคำ หรือขึ้นมาเกือบ 7%
โดยปัจจัยที่กระตุ้นให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงมาจากปัจจัยหลัก 3 ด้าน คือ
1. "ทรัมป์" เปิดศึกชิง "กรีนแลนด์" และความเสี่ยงด้านสงครามการค้า US-EU
2. เงินดอลลาร์อ่อนค่า & เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย
3. ธนาคารกลางทั่วโลกแห่ "ตุนทอง"
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำ วายแอลจี แนะนำเข้าลงทุนแบบรอจังหวะสะสม DCA เพื่อถือครองในระยาว พร้อมเพิ่มโอกาสด้วยการลงทุนระยะสั้น โดยมีแนวรับสำคัญที่ต้องจับตา 4,660 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวต้านระยะสั้นประเมินไว้ที่ 4,720 - 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นอกจากนี้ วายแอลจี ยังคงคาดการณ์ในปีนี้ว่าทองคำจะมีโอกาสขึ้นไปได้ถึงกรอบเป้าหมาย 4,900 - 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB