เปิดชมห้องตัวอย่าง! “บ้านชาวไทย” ไม่ต้องวางเงินดาวน์
“บ้านชาวไทย” เปิดให้เข้าชมห้องตัวอย่างแล้ว! ห้องชุดราคาเริ่มต้น 1.6–1.89 ล้านบาท ไม่ต้องวางเงินดาวน์-เริ่มผ่อนชำระกับสถาบันการเงิน เมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ ล่าสุด มีผู้สนใจลงจองสิทธิ์แล้วกว่า 6,000 ราย
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทบีทีเอส เปิดเผยว่า โครงการบ้านชาวไทยเปิดให้ประชาชนเข้าชมห้องตัวอย่างและ Sale Gallery โครงการ D:CODE SRI NAKARIN อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตด้านที่อยู่อาศัย โดยพัฒนาที่พักอาศัยในทำเลที่เหมาะสมและมีราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ พร้อมลดข้อจำกัดในกระบวนการมีบ้าน เช่น ไม่ต้องวางเงินดาวน์ และไม่ต้องผ่อนชำระระหว่างการก่อสร้าง โดยผู้ซื้อจะเริ่มผ่อนกับสถาบันการเงินเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์เท่านั้น
"ผมเชื่อว่า โครงการนี้ จะไม่เหมือนกับโครงการอื่นเลย และเชื่อว่าจะทำได้ เพราะเป็นโครงการที่ไม่ต้องผ่อนเงินดาวน์ ซึ่งไม่ค่อยเห็นในตลาด"
โดยล่าสุด มีประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนจองสิทธิ์โครงการแล้วกว่า 6,000 ราย และในจำนวนดังกล่าว มีผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณา Pre-Approve เบื้องต้นแล้วกว่า 4,000 ราย
โครงการบ้านชาวไทย มี 2 ทำเลหลัก ได้แก่
1. โครงการ D:CODE SRI NAKARIN อาคารชุดสูง 8 ชั้น จำนวนห้องชุดรวมประมาณไม่เกิน 4,150 หน่วย บนพื้นที่โครงการประมาณ 42 ไร่ จำนวนอาคารพักอาศัยไม่เกิน 24 อาคาร ตั้งอยู่ติดถนนศรีนครินทร์ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าศรีเอียม (สายสีเหลือง) ระยะทางประมาณ 300 เมตร
2. โครงการ D:CRAFT KHLONG LUANG อาคารชุดสูง 8 ชั้น จำนวนห้องชุดรวมประมาณไม่เกิน 7,500 หน่วย (ทยอยขายเป็นเฟส) บนพื้นที่โครงการประมาณ 115 ไร่ ตั้งอยู่ในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ใกล้แหล่งเศรษฐกิจและสถานศึกษาสำคัญ เช่น ตลาดไท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)
สำหรับห้องชุดของทั้ง 2 โครงการ มีทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่
- ห้องชุด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดประมาณ 30 ตารางเมตร (ตร.ม.) ราคาเริ่มต้นประมาณ 1.89 ล้านบาท สำหรับโครงการ D:CODE SRI NAKARIN และประมาณ 1.6 ล้านบาท สำหรับโครงการ D:CRAFT KHLONG LUANG
- ห้องชุด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดประมาณ 45 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.85 ล้านบาท และ 2.4 ล้านบาท ตามลำดับ
- ห้องชุด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดประมาณ 60 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นประมาณ 3.78 ล้านบาท และ 3.2 ล้านบาท ตามลำดับ
โดยห้องชุดจะจำหน่ายพร้อมเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ภายในห้องตามที่กำหนดไว้ในโครงการ รายการดังกล่าวถือเป็นทรัพย์สินที่รวมอยู่ในการขาย ไม่ใช่ของแถม ซึ่งการรับประกันเป็นไปตามเงื่อนไขของผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่าย
สำหรับห้องชุดขนาดประมาณ 30 ตร.ม. และ 40 ตร.ม. มาพร้อมกับของตกแต่ง เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่ขายพร้อมห้องชุด 21 รายการ ได้แก่ เคาน์เตอร์ครัว พร้อมอ่างล้างจาน, โต๊ะทานอาหาร, เก้าอี้ทานอาหาร, โซฟา, โต๊ะกาแฟ, เตียง, ที่นอน และหมอน, ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะข้างเตียง, โต๊ะแต่งตัว, เก้าอี้แต่งตัว, ตู้เย็น, เครื่องปรับอากาศ, โทรทัศน์,เครื่องซักผ้า, เครื่องดูดควัน, เตาไฟฟ้า, ไมโครเวฟ, โคมไฟแขวน, ผ้าม่าน และระบบ Smart Home
ส่วนห้องชุดขนาดประมาณ 60 ตร.ม. มาพร้อมกับของตกแต่ง เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ ที่ขายพร้อมห้องชุด 22 รายการ ได้แก่ เคาน์เตอร์ครัว พร้อมอ่างล้างจาน, โต๊ะทานอาหาร, เก้าอี้ทานอาหาร, โซฟา, โต๊ะกาแฟ,ชั้นวางโทรทัศน์, เตียง, ที่นอน และหมอน, ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะข้างเตียง, โต๊ะแต่งตัว, เก้าอี้แต่งตัว, ตู้เย็น, เครื่องปรับอากาศ, โทรทัศน์, เครื่องซักผ้า, เครื่องดูดควัน, เตาไฟฟ้า, ไมโครเวฟ, โคมไฟแขวน, ผ้าม่าน และระบบ Smart Home
ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวก โครงการจัดให้มีที่จอดรถโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30–35% ของจำนวนห้องชุด และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส พื้นที่ทำงานร่วมกัน ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบ Smart Card โดยค่าส่วนกลางอยู่ที่ประมาณ 35–40 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน
ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทบีทีเอส เปิดเผยว่า ยังมีแผนขยายการพัฒนาโครงการบ้านชาวไทยไปยังทำเลศักยภาพอื่น ๆ อีกหลายแห่ง ครอบคลุมทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด โดยจะมีโครงการที่ 3,4 และ 5 ตามมา แต่ในส่วนของโครงการต่างจังหวัดจะมุ่งเน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบประเภทบ้านเป็นหลัก ไม่ใช่อาคารชุด เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการอยู่อาศัยและความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งโครงการบ้านชาวไทยอยู่ระหว่างการขออนุญาตและความเห็นชอบจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง คาดว่า จะเริ่มก่อสร้างประมาณเดือนกันยายน 2569 และคาดว่า จะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2571
“อย่างไรก็ตาม ย้ำว่า การดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องบริหารจัดการทุกขั้นตอนให้สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างเหมาะสม และไม่ก่อให้เกิดการขาดทุน พร้อมเชื่อมั่นว่า โครงการบ้านชาวไทยจะสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับบริษัทได้ในระยะยาว ควบคู่กับการสร้างประโยชน์และสิ่งดี ๆ ให้กับสังคมโดยรวม”
สำหรับประชาชนที่สนใจ ลงทะเบียนแสดงความสนใจโครงการได้ผ่านเว็บไซต์ www.baan-chaothai.com ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 โดยการลงทะเบียนดังกล่าวไม่ถือเป็นการจองหรือรับประกันสิทธิในการซื้อห้องชุด
ทั้งนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นธนาคารพันธมิตรในการพิจารณาสินเชื่อ โดยเงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย และวงเงินกู้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร ยอดผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 5,700 หรือ เริ่มต้นประมาณ 6,700 บาท ขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการฯ
“การคำนวณอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคาร จะยึดอัตราดอกเบี้ย ณ วันที่มีการโอนกรรมสิทธิ์เป็นหลัก ซึ่งในปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยที่นำมาคำนวณอยู่ในระดับใกล้เคียงกับภาระค่าเช่าเฉลี่ยประมาณ ล้านละ 3,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและช่วงเวลาที่มีการโอนในขณะนั้นๆ”
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB