InnovestX คาดตลาดมีช่วงแกว่งทางขึ้น มอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ
InnovestX คาดตลาดมีช่วงแกว่งทางขึ้น นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิอีกครั้ง
InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX วิเคราะห์ คาดตลาดมีช่วงแกว่งทางขึ้น นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิอีกครั้ง ขณะที่ ADVANC งบดีกว่าคาด 16.7% (จากประโยชน์ทางภาษี) และจ่ายปันผลครึ่งหลังสูง 27.41 บาท/หุ้น ซึ่งคาดจะหนุน SET ราว 5-6 จุด
แม้อาจเป็นลักษณะของการเปิดสูง แต่อาจหนุนต่อเนื่องการเก็งกำไร TRUE ต่อ ภาพหลักคาดว่าเป็นการรอผลการเลือกตั้งไทยสุดสัปดาห์ ปัจจัยภายนอก ปธน. ทรัมป์ ลงนามผ่านกฎหมายเพื่อยุติหน่วยงานราชการได้เรียบร้อย ทางเทคนิค พักตัวสั้นไม่ควรหลุดต่ำกว่า 1330/1325
มอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ ติดตามทิศทาง Fund Flow และการประกาศงบ 4Q68 ของบจ. ไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 2 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยเฉพาะตัว ดังนี้
1.หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ ADVANC BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM
- 2.หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO
- หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI
3.Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ
- หุ้นเก็งกำไรจากคาดหวังการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจหลังทราบผลเลือกตั้งและมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยเน้นหุ้น Big Cap. ซึ่งคาดเป็นเป้าของนักลงทุนต่างชาติที่จะกลับมาเพิ่มน้ำหนักตามความชัดเจนทางการเมือง ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มสื่อสาร (ADVANC) กลุ่มพลังงาน (GULF GPSC) กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC)
- หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี แนะนำ CENTEL CPALL CPN HMPRO SAWAD WHA และ 3) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่แน่นอนที่สูงของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT TOP
Daily Top Picks
GULF : มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเงินปันผลพิเศษที่จะได้รับจาก ADVANC และข่าวการซื้อ LNG หลังราคา LNG ได้ปรับลงช่วยล็อกต้นทุน แนวโน้มกำไร 4Q68 มีโอกาสเติบโต จากโรงไฟฟ้า Jackson ที่เติบโตตาม Capacity Payment ที่เพิ่มขึ้น การเริ่ม COD ในโครงการ Solar 5 แห่งช่วยหนุน เป้าหมายระยะสั้นที่ 49.00 บาท
KTB : ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเป็นหนึ่งในหุ้นปันผลสูงที่น่าสนใจ คาดเงินปันผลจากกำไรปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 2.15 บาท/หุ้น (1.72 บาท/หุ้น สำหรับ 2H68) จาก 1.55 บาท/หุ้น ในปี 2567 หรือคิดเป็น Div. Yield สูงถึง 7.6% (6% สำหรับ 2H68) ขณะที่มีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำ และ ROE สูง เป้าหมายระยะสั้นที่ 29.25 บาท
กลยุทธ์ลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ 1300–1380 จุด โดยปัจจัยในประเทศติดตามการเข้าสู่ช่วงโค้งสัปดาห์สุดท้ายในการหาเสียงก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ., แนวโน้มการไหลเข้าของ Fund Flow, เงินเฟ้อ ม.ค. ซึ่งตลาดคาดอยู่ในช่วง -0.5% ถึง 0.2% และการประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sectors
ส่วนปัจจัยภายนอกติดตามนโยบายกีดกันทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ของ ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ทั้งตะวันออกกลาง ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ อาทิ การจ้างงานและ PMI ภาคการผลิต ขณะที่การประชุมนโยบายการเงินชอง ECB และ BoE ในวันที่ 5 ก.พ. ตลาดคาดมีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB