ตลาดมีช่วงแกว่งขึ้น แนวโน้ม Fund Flow ยังไหลเข้าต่อ
INVX มอง ตลาดมีช่วงแกว่งขึ้น แนวโน้ม Fund Flow ยังไหลเข้าต่อ ประเมินว่าตลาดมีแนวต้านที่ 1470/1485 ที่ทำให้ชะลอสั้น
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (INVX) โดยคาดว่า ตลาดมีช่วงแกว่งขึ้น แต่ต้องระวังการชะลอตัวสั้นตามแนวต้าน แนวโน้ม Fund Flow ยังไหลเข้าต่อ การเมืองมีความคืบหน้า กกต. ประกาศผลนับคะแนนเลือกตั้ง สส. ครบ 400 เขต แต่ต้องติดตามการรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องไม่เกิน 60 วัน
ปัจจัยภายนอก สถานการณ์การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ -อิหร่าน ไม่สามารถตกลงเรื่องนิวเคลียร์หนุนราคาน้ำมันสั้น แต่หากบานปลายอาจกดดันตลาด ทางเทคนิค คงประเมินว่าตลาดมีแนวต้านที่ 1470/1485 ที่ทำให้ชะลอสั้น
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1400–1485 จุด ดัชนีปรับขึ้นรับความชัดเจนทางการเมือง ซึ่งถือว่า Outperform ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดีมอง Valuation SET ยังน่าสนใจ โดยปัจจุบันมี PER 2569F ที่ 15 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16 เท่าของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ซึ่งหากความคาดหวังการเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ดึงดูด Fund Flow ไหลเข้าได้ต่อเนื่อง
มองมีโอกาส SET จะปรับขึ้นไปบริเวณ 1500 จุดได้ ขณะที่การทยอยประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector รวมทั้งความผันผวนจากนโยบายต่างประเทศของ ปธน. ทรัมป์ ต่อภูมิรัฐศาสตร์ (ตะวันออกกลาง-ยุโรป) และสงครามการค้ากับจีน ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามและมีผลต่อบรรยากาศลงทุน ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้นตั้งรับ ไม่ไล่ราคา
ล็อกเป้าลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะพักตัวหลังปรับขึ้นมา ติดตามการประกาศงบ 4Q68 และนโยบายต่างประเทศ-ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ กลยุทธ์ลงทุนแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้นตั้งรับ ไม่ไล่ราคา ใน 2 ธีมหลักและ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยเฉพาะตัว ดังนี้
1.หุ้น Earnings Play คาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ BGRIM CHG PRM
2.หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น
2.1 หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO
2.2 หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 2568 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI
3.Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ
3.1 หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และราคาหุ้นยังปรับขึ้น YTD น้อยกว่า SET แนะนำ กลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มพลังงานสะอาด (GPSC GUNKUL BANPU) กลุ่มค้าปลีก (CPALL BJC TNP) และกลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS CENTEL ERW)
3.2 หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี แนะนำ CENTEL CPALL HMPRO SAWAD BDMS
3. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT TOP SPRC และ 4) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์เม็ดเงินไหลเข้าหลัง MSCI Rebalance ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ราคาปิดวันที่ 27 ก.พ. 2569 แนะนำหุ้นที่จะเข้า MSCI Global Small Cap อย่าง CRC IVL JTS ขณะที่ระมัดระวัง CPAXT ที่ออกจาก MSCI Global standard และ HANA JMT M PLANB ที่ออกจาก MSCI Global Small Cap
Daily Top Picks
PTT: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ และราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น ขณะที่มีการกระจายความเสี่ยงและลงทุนเชิงรุกในธุรกิจ LNG รองรับความมั่นคงทางพลังงาน และมี Upside จากแผนการทำ Asset Monetization เพื่อปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์และเพิ่ม ROIC เป้าหมายระยะสั้น 37.00 บาท
CENTEL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการประกาศความร่วมมือกับ OR เพื่อดำเนินธุรกิจ Budget Hotel ช่วยเร่งการขยายพื้นที่สู่เมืองรองได้รวดเร็วขึ้น และจำนวน นทท. จีนที่เดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงตรุษจีน คาดกำไรสุทธิ4Q68 จะเติบโต QoQ และกำไรปกติในปี 2569 จะพลิกขยายตัว 16% เป้าหมายระยะสั้นที่ 40.00 บาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB