ทิศทางตลาดหุ้นไทย มองว่าดัชนีฯ ยังผันผวนสงครามกลับมากดดัน
บล.ดาโอ ทิศทางตลาดหุ้นไทย มองว่าดัชนีฯ ยังผันผวน จากความกังวลในเรื่องสงครามที่กลับมากดดัน
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดย DAOL Strategy Research คาดการณ์ทิศทางตลาดหุ้นไทย มองว่าดัชนีฯ ยังผันผวน จากความกังวลในเรื่องสงครามที่กลับมากดดัน แม้ว่าจะมีความพยายามในการเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมัน
ซึ่งเป็นตัวแปรที่กระทบกับเศรษฐกิจทั่วโลก(มากกว่าสงคราม) ก็ตาม และที่สำคัญ ช่วงวันหยุด มักจะมีอะไรที่สำคัญๆเกิดขึ้นเสมอในภาวะ(สงคราม) ซึ่งอาจบวกหรือลบต่อตลาดในวันจันทร์ได้
ปัจจัยในประเทศ:
การเมืองไทย : กกต. รับรอง สส. ใหม่ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะสามารถเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกประธานสภาได้ภายเดือนนี้ (มี.ค.) และตามด้วยการโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่เพื่อจัดตั้ง ครม. ต่อไป
โดยคาดว่าหากกระบวนการไม่ติดขัดจะสามารถตั้งรัฐบาลได้เสร็จสิ้นภายในมี.ค.นี้เลย
ส่วนประเด็นคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้บนบัตรเลือกตั้ง คาดว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาคำชี้แจงของกกต. เสร็จสิ้นหลังจากตั้งรัฐบาลแล้ว (ช้าสุด 13 เม.ย.) หากเป็นเช่นนี้การตัดสินเลือกตั้งโมฆะอาจะเป็นไปได้ยาก คาดจะเป็นการเอาผิดที่ตัวบุคคล
อย่างไรก็ตาม หากการเมืองราบรื่นไปด้วยดี เป็นปัจจัยหนุนตลาดกลับมาดีอีกครั้ง เนื่องจากนโยบายกระตุ้นจะออกได้ไวขึ้น
เงินเฟ้อไทย CPI เดือน ก.พ. 69 ของไทยลดลง 0.88% ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 จากราคาสินค้ากลุ่มพลังงานและสินค้าเกษตรที่ลดลงตามมาตรการรัฐและอุปทานล้นตลาด
โดยคาดว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อทั้งปีของไทยพลิกกลับมาเป็นบวกอีกครั้งที่ระดับ 1-3% ตามทิศทางราคาน้ำมันโลก ที่จะทำให้ต้นทุนค่าครองชีพสูงขึ้น
กำไรตลาดรายงานจบไปแล้ว กำไร 4Q-25 จบลงไปที่ 2.26 แสนล้านบาท +65% yoy ; -17%qoq กำไรของปี 2025 อยู่ที่ 1.11 ล้านล้านบาท คิดเป็น EPS 89.4 บาท ทั้งนี้ P/E ของตลาดจากกำไรปีนี้ อยู่ที่ 15.9 เท่า และปีหน้า ราว 17.1เท่า (ประมาณการเดิมของเรา)
FTSE ประกาศชื่อหุ้นเข้าออก จากดัชนี FTSE ASEAN 40 Index โดยหุ้นเข้า : KTB และ หุ้นออก : CPAXT ทั้งนี้ FTSE จะมีการ rebalance ในวันที่ 20 มี.ค.69
ค่าเงินบาท ปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 31.61/62 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวอ่อนค่าลงจากช่วงเปิดตลาดตอนเช้าที่ระดับ 31.47 บาท/ดอลลาร์ ทิศทางของเงินบาทเป็นการอ่อนค่าสอดคล้องกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค (เช่นเดียวกับเงินวอนเกาหลีใต้ที่ปรับตัวลดลง
กระแส Fund Flow : นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้น 7,221 ล้านบาท ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 492 ล้านบาท …. แรงขายที่เกิดขึ้นอาจมาจากการชะลอการซื้อขายเพราะสถานการณ์มีความไม่แน่นอน
ปัจจัยต่างประเทศ
สถานการณ์อิหร่าน การโจมตีทางอากาศยังมีต่อเนื่องในระหว่างภูมิภาค อิหร่านมีท่าทีว่าจะโจมตีรุนแรงขึ้น เส้นทางอากาศถูกระงับ ค่าระวางเรือสูงขึ้น ราคาพลังปรับขึ้นยืนระดับสูง ตลาดหุ้นส่วนใหญ่กลับมารีบาวน์ จากการคาดหวังว่า การขนส่งน้ำมันและ Gas ผ่านช่องแคบฮอร์มุส จะทำได้ในเร็วๆนี้ (เรื่องนี้ นักลงทุนให้ความสนใจมากกว่าเรื่องสงครามเสียอีก)
ทรัมป์กล่าวว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน ข่าวนี้จะกดดันต่อราคาน้ำมัน ไม่ให้ขึ้นไปได้มากเหมือนปี 2022
เศรษฐกิจจีน รัฐบาลจีนกำหนดเป้าหมาย GDP ปี 2569 ไว้ที่ 4.5–5.0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ โดยมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับใหม่ เน้นนวัตกรรมผ่านโครงการ "AI Plus" และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเตรียมอัดฉีดงบประมาณ 3 แสนล้านหยวนเข้าสู่ธนาคารรัฐ พร้อมบริษัทเทคโนโลยีท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้า .... การกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนจะบวกกับหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี, เดินเรือ และLogistic
กลยุทธ์การลงทุน
นักลงทุน อาจชะลอการลงทุนก่อนเข้าวันหยุด เนื่องจาก สหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอล ยังมีการโจมตีกันไปมาอยู่ และยังไม่มีสัญญาณว่าจะมีการเปิดการเจรจา แต่ดีขึ้นคือ เริ่มมีความพยายามในการเปิดการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนลดความกังวลลง
หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ DELTA , BGRIM ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CPAXT(10%), ADVANC*(10%), PTTEP(20%), KKP(10%), KTB(10%)
Technical: PLANB, CCET
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB